กำไลสำหรับนักขับ

ข้อดีของเครื่องประดับสแตนเลส เพื่อความเก๋ไก่ในการจับพวงมาลัย

เครื่องประดับสแตนเลสถูกนำมาใช้งานกันอย่างมากในปัจจุบันนี้ เป็นเครื่องประดับยอดนิยมที่เต็มไปด้วยความสวยงาม แวววาว ไม่ว่าจะเป็น แหวนสแตนเลส สร้อยคอ กำไล สร้อยคอมือ เป็นต้น ก็ควรเป็นที่ชื่นชอบและต้องการของคนทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้มียอดจำหน่ายและคนที่สนใจเลือกซื้อเครื่องประดับสแตนเลสกันมากยิ่งขึ้น อะไรที่ทำให้เครื่องประดับสแตนเลสเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย เราไปดูข้อดีของเครื่องประดับชนิดนี้ที่จะทำให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อและหลงรักจนอยากซื้อไปใส่อย่างแน่นอน   เครื่องประดับสแตนเลสมีความทนทาน เครื่องประดับสแตนเลสมีความทนทานและแข็งแรงสูง ทนต่อการกัดกร่อน ไม่ว่าจะเป็นกรด บรรยากาศ สารละลาย แตกหักยาก ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวไหน สวมใส่หรือเดินทางไปที่ใดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายแน่นอน   เครื่องประดับสแตนเลสทำความสะอาดง่าย เครื่องประดับสแตนเลสทำความสะอาดง่าย ดูแลรักษาไม่ยาก ไม่สิ้นเปลืองค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา   เครื่องประดับสแตนเลสสวยงามและมีคุณค่า เครื่องประดับสแตนเลสมีความสวยงาม เงางาม แวววาม อีกทั้งยังดูสะอาดสะอ้าน ทำให้ดูมีคุณค่าและมูลค่าในตัวเองสูง อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่มีระดับ มีรสนิยมอีกด้วย ในปัจจุบันนี้มีเครื่องประดับสแตนเลสมากมายที่ออกแบบมาให้เลือกอย่างสวยงามและหลากหลายสีสัน ทั้งสีเงิน สีทอง สีบลอนซ์ เป็นต้น   อายุการใช้งานยาวนาน เครื่องประดับสแตนเลสมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดูใหม่แวววาวอยู่เสมอ ทำให้เจ้าของสามารถเก็บไปใช้ยังโอกาสต่างๆ หรือสวมใส่ได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักสะสมหรือชื่นชอบเครื่องประดับ   เครื่องประดับสแตนเลสมีความปลอดภัยสูง เครื่องประดับสแตนเลสนั้นมีคุณสมบัติในการทนทานต่อความร้อน และไฟ ทนต่อกรด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่กิดผลข้างเคียงหรืออันตรายๆใดกับคุณอย่างแน่นอน   ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผู้สนใจเครื่องประดับสแตนเลสเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ร้านจิวเวลรี่และเครื่องประดับต่างๆจึงได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาทั้งทางดีไซน์ การออกแบบ สีสัน ให้ดูสวยงามและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เพื่อที่จะเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อเครื่องประดับ อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญของเครื่องประดับสแตนเลสคือความสวยงามและเรียบหรูนั้นสามารถที่จะนำไปสวมใส่คู่กับเครื่องแต่งกายชนิดต่างๆได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดทำงาน ทุดเดรสออกงาน ชุดสูท หรือชุดอยู่บ้านก็สามารถที่จะเพิ่มเครื่องประดับสแตนเลสมาสร้างภาพลักษณ์ที่ดูโดดเด่นและมีระดับมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้งานได้ดีทั้งผู้หญิงและผู้ชายอีกด้วย และนี่เองคือเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงชื่นชอบการสวมใส่เครื่องประดับสแตนเลส

รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดโลกร้อน

รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดโลกร้อน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและภาวะเรือนกระจก อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชาชน การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคม และมลพิษต่างๆที่เกิดจากการใช้รถยนต์ที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ทำให้พลังงานขาดแคลนและมีจำนวนจำกัด รวมไปถึงปัญหาการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ก่อนให้มลพิษทางอากาศ ทางเสียงที่จะส่งผลให้ทำให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนทั่วอีกด้วย   กล่าวง่ายๆก็คือ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนนั้นจะส่งผลให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สภาพอากาศและนำไปสู่การเกิดภาวะโลกร้อนนั่นเอง เพราะเหตุนี้จึงทำให้ประเทศไทยและประเทศต่างๆทั่วโลกหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก มีมาตรการและนโยบายเกี่ยวกับพลังงานทดแทนที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงลดอัตราการนำเข้าของเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ตอนนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้หันมาสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสร้างพลังงานทดแทนขึ้นในรถยนต์เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ และนำมาซึ่งการสร้าง คิดค้น พร้อมทั้งพัฒนา “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่มาช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษต่างๆ และดีต่อสุขภาพของประชากร เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อโลกอย่างแท้จริง และกำลังได้รับความสนใจในการเป็นทางเลือกใหม่จากประชาชนผู้ใช้รถยนต์ในหลายๆประเทศ   รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ภายในแบตเตอรี่ที่ได้ถูกออกมาเป็นอย่างดี เต็มไปด้วยข้อดีและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เทียบเท่าและมากกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง มีความโดดเด่นในการขับขี่ที่เงียบ ไร้เสียงดังจากเครื่องยนต์ ขับนุ่มลื่นสบาย ไม่มีการกระตุกตอนออกตัว มีอัตราความเร็วที่สูงกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้านั้นเคยถูกสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 – 20 ก่อนที่จะได้ลดการผลิตเนื่องจากได้มีรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงที่มีราคาลดลงและมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเป็นที่สนใจและนำมาพัฒนาให้มีศัลยภาพในการขับขี่และนวัตกรรมที่ทันสมัยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดีมากยิ่งขึ้น มีระบบจัดการพลังงานที่ดีพร้อมทั้งแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะได้ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อนและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น   รถยนต์ไฟฟ้ารักษาสิ่งแวดล้อม รถยนต์ไฟฟ้าได้ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นการเทคโนโลยีอันดับต้นๆในอนาคตด้านการขนส่ง และเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก มีส่วนช่วยในการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง และสามารถที่จะใช้พลังงานไฟฟ่าในการขับขี่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ไม่มีเครื่องยนต์ที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่จะก่อให้เกิดมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดปริมาณการปล่อยไอเสีย ปล่อยมลพิษจากเครื่องยนต์ให้กลายเป็นศูนย์ เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยทำให้บรรยากาศบนท้องถนนดูโล่ง โปร่งสบายและดีขึ้น เป็นการช่วยมลพิษทางเสียง ทางอากาศ ลดภาวะโลกร้อน และที่สำคัญมีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สูง  มีความปลอดภัย พร้อมทั้งมีศักยภาพในการใช้พลังงานที่สูงกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง รถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถยนต์ที่เน้นเรื่องพลังงานทดแทน ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า EV  หรือ Electric Vehicles นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชื่อเรียกที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติของรถยนต์ไฟฟ้า เช่น รถเสียบปลั๊ก รถยนต์แบตเตอรี่ เป็นต้น กล่าวคือ รถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการลดมลพิษ ลดโลกร้อนเป็นหลัก เนื่องจากตัวเครื่องของรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ที่จะก่อให้เกิดควันพร้อมทั้งเสียงรบกวน อันก่อให้เกิดมลภาวะที่ส่งผลต่อสภาพอากาศ โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ทำงานในขณะที่รถจอด ไม่ก่อให้เสียงเครื่องยนต์ เป็นยานพาหนะที่ไม่มีไอเสียเนื่องจากใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว   นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังใช่ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการขับขี่และใช้รถยนต์ ถ้าหากเทียบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถประหยัดได้มากกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง อีกทั้งยังประหยัดเรื่องการซ่อมบำรุง การถ่ายน้ำมันเครื่อง การดูแลท่อไอเสียต่างๆ โดยเน้นไปทางระบบไฟฟ้าที่เพียงแค่ทำการเสียบปลั๊กไฟในเวลาที่ต้องการชาร์จพลังงาน ถ้าหากว่าต้องการใช้รถหรือจะออกเดินทางก็สามารถดึงออกได้ทันที เรียกง่ายๆก็คือถ้าหากเทียบกับค่าไฟฟ้าภายในบ้าน ภายในที่ทำงานและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าจะสิ้นเปลืองน้อยกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงนั่นเอง     และนี่ก็เป็นเรื่องราวและข้อควรรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมใหม่ที่ได้มีพัฒนาเพื่อช่วยในการลดโลกร้อนและภาวะต่างๆ ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดพลังงาน  ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชน ไม่ต้องเผชิญกับมลภาวทางเสียงหรือมลภาวะทางอากาศที่ทำให้ป่วยง่าย มีความเครียดสูง ร่างกายไม่แข็งแรง เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นรถยนต์ลดโลกร้อนที่จะช่วยทำให้โลกนี้น่าอยู่ มีบรรยากาศบนท้องถนนที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการฟื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

“รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ รถพลังงานไฟฟ้า เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอร์เตอร์ไฟฟ้าโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ภายในอุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ในรูปแบบต่างๆ โดยรถยนต์ไฟฟ้านั้นเคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึง 20 ก่อนที่จะลดการผลิตลงเนื่องจากมนุษย์ได้ผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานจากน้ำมันขึ้นมา และกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในปัจจุบันนี้ที่ได้มีการพัฒนาระบบจัดการพลังงานให้ดีมากยิ่งขึ้น มีความเสถียรภาพในการใช้งาน แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาด้านพลังงาน อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดภาวะโลกร้อน โดยในปัจจุบันนี้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่สนใจและผลิตขึ้นมาต่อเนื่อง เพื่อที่จะเป็นทางเลือกในการใช้งานของคนทั่วโลก มียอดจำหน่ายที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเต็มไปด้วยข้อดีที่หลากหลายและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีอะไร ทำไมหลายคนถึงให้ความสนใจและนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เรามารู้จักข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเป็นข้อมูลศึกษาและประกอบในการตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกัน 1.ความเงียบ ไร้เสียงเครื่องยนต์ ความเงียบเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นขอรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ใดๆมารบกวน ทำให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างมีสมาธิและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2.ความเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากของรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีความเร็วที่ชัดเจน ไม่ต้องมีการอุ่นเครื่อง ไม่ต้องเร่งทำงานเป็นรอบๆเหมือนเครื่องยนต์ทั่วไป มันจะมีความเร็วตั้งแต่เริ่มต้นจอดอยู่นิ่งๆ เตรียมออกตัว เนื่องจากมันเป็นความแรงที่เกิดจากการขับเคลื่อนของระบบไฟฟ้าเรียกได้ว่าเป็นความแรงที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารถยนต์ทั่วไปที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก 3.นุ่มลื่น ขับสบาย รถยนต์ไฟฟ้าสามารถที่จะขับขี่ได้นุ่มสบายกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง จนกลายคนเรียกมันว่าเป็นรถกอล์ฟเลยทีเดียว เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีการกระชากตอนเปลี่ยนเกียร์ ไม่มีเสียงตอนเร่งเครื่องยนต์ มีความลื่นไหนสูง พร้อมทั้งไม่มีการกระชากตอนออกตัว เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ 4.ชาร์จไฟได้สะดวก รถยนต์ไฟฟ้าได้มีการพัฒนาให้สามารถชาร์จพลังงานได้ในขณะที่มันจอดอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน โดยที่คุณไม่ต้องแวะปั๊มน้ำมัน เพื่อเติมพลังงานเชื้อเพลิงเหมือนดั่งรถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิง อีกทั้งวิธีการชาร์จพลังงานไฟฟ้ายังง่ายและสะดวกเพียงแค่เอาปลั๊กมาเสียบกับตัวรถและถอดออกเมื่อต้องการใช้งานหรือเดินทางนั่นเอง เรียกได้ว่าสามารถทำให้คุณประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก 5.หมดความกังวลเรื่องระยะทาง หลายคนอาจจะเกิดความกังวลหรือสงสัยว่าแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าจะเพียงพอในการเดินทางแต่ละวันหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าหมดปัญหาความกังวลเรื่องนั้นเลย เพราะนอกจากรถยนต์จะมีความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่แล้วคุณยังสามารถจะชาร์จไฟที่บ้าน ที่ทำงานหรือทุกที่ที่มีปลั๊กไฟได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมดหรือเข็นรถกลางทางเลยทีเดียว 6.ประหยัดมากกว่าเดิม พลังงานไฟฟ้าได้ชื่อว่าเป็นพลังงานที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายกว่าพลังงานเชื้อเพลิง โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการวิ่งรถยนต์ 1 กิโลเมตรที่ถูกกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงถึง 1 – 3 อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้ายังขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า มีชิ้นส่วนที่น้อยกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ไม่มีกรองไอเสีย ไม่มีท่อไอเสีย ไม่ต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง สามารถประหยัดค่าใช้ได้มากกว่าเดิม 7.รักษาสิ่งแวดล้อม และด้วยเหตุผลที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีท่อไอเสียนี่เอง จึงทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ปราศจากมลพิษจากรถยนต์ของตนเอง ส่งผลดีต่อบุคคลทั่วไป ตัวเราเอง ต่อสังคม และโลก 8.ปลอดภัย คุณไม่ต้องกลัวเลยว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดอาการไฟช็อตจากการล้างรถ น้ำท่วมขังหรือขับรถลุยน้ำ เนื่องจากรถยนต์ได้มีการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูง มีการทดสอบพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถที่จะขับบนพื้นน้ำที่มีน้ำท่วมสูงเกือบคันรถได้อย่างปกติ ปลอดภัย ไม่มีการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรใดๆทั้งสิ้น เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่มีข้อดีมากมายเต็มไปด้วยคุณสมบัติด้านการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายๆต่างได้ดี สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มสบาย ไร้ความกังวลเรื่องเสียง มีความเร็วอย่างมหาศาล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดตุ้นในการดูแลรักษารถยนต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ช่วยลดภาวะเรือนกระจกประหยัดพลังงานเป็นอย่างยิ่ง นอกจากคุณยังสามารถเติมพลังงานได้ง่ายๆจากพื้นที่ที่มีปลั๊กไฟ ที่บ้าน ที่ทำงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางใดๆทั้งสิ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการขับขี่เลยทีเดียว รถยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นทางเลือกที่เต็มไปด้วยความคุ้มค่าคุ้มราคา มีคุณภาพพร้อมทั้งยังได้พัฒนาให้สามารถตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงาน สะดวกรวดเร็วและมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการขับขี่สูงที่สุด หวังว่าในอนาคตคุณอาจจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ดีต่อตัวเรา ต่อครอบครัว โลกและสิ่งแวดล้อม

รถอัตโนมัติ

รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving Car) กับความปลอดภัย

Self-Driving Car คือ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือรถยนต์ไร้คนขับ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่าจับตามองเพราะถูกพัฒนามาทดแทนคนขับรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ในอนาคต จุดประสงค์ของการพัฒนาและผลิต Self-Driving Car คือ ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เกิดสะดวกสบาย สามารถทำสิ่งต่าง ๆ อย่างอื่นภายในรถยนต์ขณะขับขี่ได้ โดยมอบหน้าที่ขับขี่ให้ระบบอัตโนมัติเป็นผู้ดูแลจัดการ รวมถึงกำหนดและคำนวนเส้นทางที่จะไปยังจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดให้อีกด้วย ซึ่ง Self-Driving Car คือนวัตกรรมที่บูรณการเทคโนโลยี 4 อย่างเข้าด้วยกัน ได้แก่ – Computer Vision Computer Vision ทำให้รถยนต์รับรู้สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวได้ มีกล้องถ่ายภาพ การใช้คลื่นเสียงเพื่อตรวจจับวัตถุรอบ ๆ ในลักษณะเดียวกับเรดาร์และการใช้เลเซอร์ – Deep Learning ทำหน้าที่วิเคราะห์ความถูกต้องและความปลอดภัย ความเหมาะสมในการเบรกชะลอหรือเร่งเครื่อง เปรียบเสมืองเป็นสมองของกลไกควบคุมในการขับเคลื่อนรถยนต์ – Robotic อีกส่วนสำคัญที่ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยการแปลงสัญญาณไฟฟ้า(คำสั่งที่ประมวลผล) ให้เป็นคำสั่งที่ใช้ได้จริงกับเครื่องยนต์ – Navigation Computer Vision ผู้นำทางอ่านแผนที่คอยบอกตำแหน่งพิกัดให้กับผู้ใช้และประมวลผลส่งข้อมูลให้รถยนต์ชับเคลื่อนไปตามเส้นทางที่กำหนดจนถึงจุดหมาย แม้ว่าโครงการพัฒนา Self-Driving Car จะมีมานานแล้ว แต่ก็ยังคงมีข้อกังขาในใจสำหรับหลาย ๆ คน ถึงความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ ทางด้านผู้ผลิตเองก็คำนึงถึงปัญหาในเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำต่างก็ทุ่มเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯเพื่อพัฒนาโครงการ Self-Driving Car ให้พัฒนาเป็นรูปเป็นร่างจนสามารถนำมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ท้องถนนโดยทั่วไป และความปลอดภัยของระบบ Self-Driving Car ยังถูกแบ่งเป็น 5 Level ให้เลือกระดับความเป็นอัตโนมัติของการขับเคลื่อนโดยปราศจากคนขับ ดังต่อไปนี้ – Level 0 มนุษย์ยังต้องขับขี่และดำเนินการทุกอย่างเองเป็นปกติทั้งหมด – Level 1 มนุษย์ยังต้องขับขี่เอง แต่มีบางฟังก์ชั่นที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น การบังคับทิศทางพวงมาลัยหรือการเร่งเครื่อง – Level 2 การบังคับอย่างใดอย่างหนึ่งโดยระบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งแขนและขาพร้อมกันในการควบคุม – Level3 สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ต้องมีมนุษย์คอยดูแลรัดมัดระวังและแทรกแซงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน – Level 4 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบเต็มตัว แต่สามารถขับเคลื่อนในสภาวะที่มันถูกออกแบบมาเท่านั้น – Level 5 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติซึ่งมีความสามารถในการขับขี่และตัดสินใจเทียบเท่ามนุษย์

จากนวัตกรรมอีโค่คาร์สู่เทรนด์รถพลังงานไฟฟ้า

รถพลังงานไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ของสังคมปัจจุบัน ในช่วงสองสามปีหลังเทรนด์อีโค่คาร์เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ เนื่องจากปัจจัยสำคัญหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของชุมชนเมือง ปริมาณรถที่เพิ่มมากขึ้นและราคาน้ำมันที่แพงขึ้น สวนทางกับค่าครองชีพ ทำให้คนในเมืองใหญ่หลายคนหันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีอีโค่คาร์มากขึ้น จนรถอีโค่คาร์ครองตลาดรถยนต์ในบ้านเรามาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันเทรนด์รถพลังงานสะอาดเริ่มได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นำไปสู่การผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในที่สุด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric car) คือ รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดคือมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือแหล่งกำเนิดประจุไฟฟ้าอื่นๆ ในการขับเคลื่อน รถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกปรากฏขึ้นในช่วงทศวรรษ 80 จากนั้นก็เป็นที่นิยมอยู่ช่วงหนึ่งจนเข้าสู่ปี 90 และค่อยๆ เสียพื้นที่ในตลาดให้กับรถพลังงานน้ำมัน แต่นับจากปีค.ศ.2008 เป็นต้นมา รถพลังไฟฟ้าเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง โดยมาการคิดค้น พัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าราคาของรถพลังงานไฟฟ้าจะมีมูลค่าสูงกว่ารถน้ำมันหรือแม้แต่อีโค่คาร์ แต่ในส่วนของรายจ่ายเพื่อการบำรุงเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ หรือการชาร์จไฟรวมแล้วกลับต่ำกว่ามาก เหมาะกับยุคโลกาภิวัฒน์ที่รายจ่ายสูงแต่รายรับต่ำ นอกจากนี้ใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยก็หมดห่วง เพราะรถพลังงานไฟฟ้ามาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมที่สุด ตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์มิตซูบิชิ รุ่นไอมีฟ (i-MiEV) ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับการรั่วไหลของกระแสไฟและระบบตัดไฟอัตโนมัติหากมีกระแสไฟฟ้าสูงผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงสถานะที่ดูง่าย ทำให้สามารถคำนวณระยะทางการขับขี่และควบคุมการทำงานของรถได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆ ตัวรถยังคงติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสามจุดพร้อมล้อระบบ ABS (Anti-lock braking system) และถุงลมนิรภัย (AirBag) มาให้ครบครัน นอกจากนี้ยังรับประกันว่าสามารถขับขี่ลุยน้ำท่วมสูงถึง 30 เซนติเมตรได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องการชาร์จพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้านั้นในอนาคตมีการวางแผนจะติดตั้งการจ่ายไฟตรงเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์ โดยใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 30 นาทีต่อการวิ่งได้ไกลถึง 100 ไมล์ เรียกได้ว่าประหยัดและคุ้มค่าคุ้มกับระยะทางที่ได้สุดๆ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคือเทคโนโลยีที่มีมานานแต่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดที่สามารถนำมาขับเคลื่อนได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าแม้แต่รถสไตล์ประหยัดสำหรับคนเมืองอย่างอีค่คาร์ ก็อาจถูกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดได้ในอนาคต

เทคโนโลยีของรถยนต์แห่งอนาคตที่คาดว่าจะได้ใช้งานกันในปี 2020

นวัตกรรมยานยนต์มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นทุกปี มีลูกเล่นและฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายและมีความปลอดภัยมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลายต่างแข่งขันและมุ่งมั่นพัฒนาฟังก์ชั่นล้ำ ๆ มาให้ผู้ใช้รถได้ใช้งานกันซึ่งตอนนี้มีอีกหลายเทคโนโลยีที่ทำให้คุณต้องร้องว้าวกำลังทยอยเปิดตัวและคาดว่าน่าจะได้ใช้งานจริงกันในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ระบบสั่งการด้วยเสียง ต่อไปนี้ไม่ต้องใช้มือหนึ่งจับพวงมาแล้วใช้อีกมือหนึ่งควานไปทั่วโคนโซลเพื่อเปิดเพลงหรือเปิดแอร์เพราะไม่อยากละสายตาจากถนนอีกต่อไปแล้ว เพราะรถยนต์จะมีฟังก์ชั่นที่สอนให้รถยนต์จดจำเสียงของคุณ ทำให้สามารถใช้คำสั่งเสียงในการเปิดปิดระบบการทำงานในรถได้อย่างใจต้องการ Cr. Worldidea.org กระจกหน้ารถแสดงรายละเอียดเส้นทาง เมื่อต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไปเป็นครั้งแรกพวกเราส่วนใหญ่มักพึ่งพาระบบนำทางด้วย GPS ที่ติดตั้งภายรถยนต์หรือแอพพลิเคชั่นอย่าง Google maps แต่มีข้อเสียตรงที่ต้องละสายตาจากถนนมาเพื่อดูแผนที่บนหน้าจอเป็นระยะ ต่อไปคุณไม่ต้องทำอย่างนั้นอีกต่อไปเพราะกระจกหน้ารถได้ถูกพัฒนาให้แสดงเส้นทางแบบ Holographic ไว้บนกระจกเพื่อให้คนขับสามารถมองเห็นรายละเอียดเส้นทางได้แม้ในความมืดเพิ่มความสะดวกปลอดภัยและแม่นยำให้กับทุกเส้นทางของคุณ Cr. machinetomachinemagazine.com ระบบขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ ก่อนหน้านี้คุณคงเคยได้ยินเรื่องเทคโนโลยีในการจอดรถอัตนโนมัติมาบ้าง รวมถึงสามารถสั่งการเรียกรถยนต์มารับในบริเวณเที่เรายืนอยู่ได้ด้วย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนแบบไร้คนขับที่เราไม่ต้องคอยประคองพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งอีกต่อไป โดยระบบขับเคลื่อนไร้คนขับนี้ถูกควบคุมโดยซอฟต์แวร์ที่ได้พัฒนาขึ้นโดยบริษัทผลิตรถยนต์นั่นเอง ต่อไปเราอาจได้เห็นรถยนต์ที่ไม่มีคนนั่งวิ่งไปมาบนท้องถนนก็ได้ใครจะรู้ Cr. asokfukyou.tk รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด ไม่ต้องแวะปั๊มเติมน้ำมันอีกต่อไปแต่เปลี่ยนเป็นการแวะปั๊มเพื่อชาร์จไฟแทน เพราะผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้ากำลังผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าขึ้นมาและอีกไม่นานเกินรอพวกเราคงจะได้ใช้งานกัน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย Hydrogen ที่ได้เปิดตัวแล้วใน แคลิฟอร์เนียร์ ประเทศอเมริกา ยังไม่หมดเท่านี้ยังมีรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วย 2 ระบบคือน้ำเปล่าและไฟฟ้าก็ได้เปิดตัวไปแล้วในอิสราเอล คงจะดีไม่น้อยถ้าโลกของเราปลอดควันและไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ล่องลอยอยู่ในอากาศอีกต่อไป Cr. motorward.com เทคโนโลยีเหล่านี้ในอดีตเราอาจเคยมองว่าไกลเกินเอื้อมและคงเห็นได้เพียงในภาพยนต์เท่านั้น มาวันนี้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไปได้อีกไกล

5 รถหรูที่ควรคู่ของนักธุรกิจพันล้าน

รถยนต์นอกจากจะเป็นพาหนะแล้วยังเปรียบเสมือนเครื่องบ่งบอกฐานะเจ้าของได้ด้วย รถยนต์ยิ่งมีราคาแพงมากเท่าไหร่ก็มีความพิเศษมากขึ้น ทั้งสมรรถนะ คุณภาพ เทคโนโลยี รูปลักษณ์ เป็นที่ใฝ่ฝันของผู้รักรถที่อยากจะได้เป็นเจ้าของ แต่มีกลุ่มบุคคลที่น่าอิจฉาที่สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์หรูและแพงที่สุดในโลกได้อย่างง่ายดายนั่นก็คือเหล่านักธุรกิจพันล้าน แล้วรถยนต์หรูแบบไหนที่คู่ควรกับนักธุรกิจพันล้าน   Lamborghini veneno รถหรูจากค่ายดังบริษัทรถเลื่องชื่อของโลก ลัมโบกินี่รุ่นนี้ เป็นรถรุ่นที่ผลิตจำกัดแบบ Limited เพราะผลิตออกมาเพียง 3 คันเท่านั้นในโลก เป็นการออกแบบและผลิตเพื่อวาระโอกาสฉลอง 50 ปีการก่อตั้งบริษัทผลิตรถยนต์ลัมโบกินี่ ด้วยการออกแบบที่พิเศษเริ่มจากตัวถังที่เบามากที่สุดทำจากวัสดุไฟบอนคาร์เบอร์ โดยมีช่องลมนับสิบเพื่อช่วยในการทรงตัวของรถและเกาะถนนดีเยี่ยม กำลังเครื่องแรงสุดขั้วด้วย 6,500 ซีซี กว่า 750 แรงม้า เครื่องยนต์ V12 ใช้เวลาจากจุดเริ่มสตาร์ทไปยัง กม.ที่ 100 ชั่วพริบตาคือ 2.8 ซึ่งถือเป็นความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีของจริง เพราะความเร็วสูงสุดคือ 354 กม.ต่อ ชม. มีสีสามสีคือ เขียว ขาว และแดง ตามสีของธงชาติประเทศอิตาลี่ สนนราคาอยู่ที่ 4 ล้านเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยคือ 120 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้  2 คันได้ถูกขายไปแล้วให้กับมหาเศรษฐีชาวสหรัฐอเมริกา ส่วนอีก 1 คันถูกรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์   W motors lykan hypersport รถสัญชาติอาหรับเอมิเรสที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรถหุ้มเกราะของทหาร เครื่องบินทวินเทอร์โบบ็อกเซอร์ จากเยอรมัน แรงด้วยเครื่องกำลัง 750 แรงม้า สนนราคากว่า 3 ล้าน 4 แสนเหรียญดอลล่าห์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 102 ล้านบาท สวยและเหมาะกับเศรษฐีที่ต้องการความปลอดภัยสูงด้วยระบบหุ้มเกราะ   3. Rolls royce hyperion pininfarina เป็นรถหรูในรูปแบบคลาสสิคย้อนยุคที่ออกแบบโดยบริษัทออกแบบรถยนต์ที่ดีมี่สุดของอิตาลี่ ที่ผลิตร่วมกับบริษัทโรลส์รอยสซ์อังกฤษ เป็นรถที่มีผลิตออกมาคันเดียวในโลก สนนราคาอยู่ที่ 7 ล้านดอลล่าห์เหรียญสหรัฐ หรือ 210 ล้านบาท ไม่ต่างจากงานศิลปะเลอค่าเลย   4. Schuppan 962 cr ออกแบบโดยนักแข่งรถระดับโลกชาวออสเตรเลีย เอิร์น  ชัปพัน โดยสร้างบนพื้นฐานการออกแบบจากต้นแบบรถปอร์เช่ 962 ที่เขานำไปคว้าชัยชนะจากการแข่ง เลอแมง ซึ่งครั้งนี้เขาสร้างมันขึ้นมาเพื่อฉลองชัยชนะนั่นเอง มูลค่ารถอยู่ที่ 45 ล้านบาท   5. Zenvo st1 เป็นรถซุปเปอร์คาร์ที่ออกแบบมาให้ใช้ในการใช้ชีวิตทั่ว ๆ ไป ด้วยเครื่องยนต์ 2 ระบบทั้งเทอร์โบ ชาร์จ และซุปเปอร์ชาร์จ เครื่องแรงถึง 7000 ซีซี หรือ 11,00  แรงม้า อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม.ใน 3 วินาที ความเร็ว 375 กม.ต่อชม. แต่ยังใช้เกียร์ธรรมดาได้ 6 สปีดและแหวกกฎของซูเปอร์คาร์ด้วยการเติมพลังงานจาก เอทานอล อี 85 ได้อย่างสบาย ๆ ราคาขาย 1.8 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือกว่า 54 ล้านบาท   ความพิเศษย่อมจะคู่ควรกับคนระดับพิเศษและนวัตกรรมรถยนต์เหล่านี้เป็นเทคโนโลยีคุณค่าจากมันสมองคนเพื่อประกาศอัจฉริยภาพของผู้ออกแบบโดยแท้

ความคุ้มค่าการทำประกันรถ

  ในการทำประกันรถยนต์นั้นตามกฎหมาย พรบ.ได้กำหนดให้รถยนต์ที่จดทะเบียนทุกคันกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำประกันไว้ในภาคบังคับ ซึ่งมีผลการคุ้มครองความเสียหายในเบื้องต้น แต่เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมซื้อประกันที่ครอบคลุมเพิ่มจากประกันที่กฎหมายบังคับ เนื่องจากได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า อย่างที่เราได้ทราบกันดีว่า ประกันรถยนต์ที่บริษัทรับทำประกันมีให้บริการนั้นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 และประกันชั้น 3 นอกจากนี้ก็มีประกันในรูปแบบที่พิเศษขึ้นคือประกันที่เป็นชั้นติด พลัส อย่างประกันชั้น 2 พลัสและประกันชั้น 3 พลัส การเลือกทำประกันรถยนต์ให้คุ้มค่าอาจไม่ใช่การเลือกทำประกันชั้น 1 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดและรอบคลุมการคุ้มครองความเสียหายสูงสุดเสมอไป เพราะเจ้าของรถแต่ละคนเหมาะสมที่จะทำประกันรถชั้นต่าง ๆ ต่างกัน การเลือกทำประกันรถให้คุ้มค่าและเหมาะกับตัวเรามีหลักเกณฑ์การพิจารณาดังนี้   1, พิจารณาเลือกประกันจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถเอง ผู้ที่ใช้รถหรือเจ้าของรถจะทราบดีว่าตนเองมีพฤติกรรมในการใช้รถเช่นไร มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูได้จากความชำนาญในการขับรถ ความบ่อยในการใช้รถ เช่นบางคนต้องขับรถยนต์ทางไกลบ่อย ๆ สัปดาห์ละหลายวันผจญความเสี่ยงบนท้องถนนมากกว่า หรือขับไปทำงาน พบลูกค้าแทบตลอดทั้งวัน อาจจะต้องพิจารณาทำประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุมให้รับกับความเสี่ยงที่ใช้รถ ในขณะที่เจ้าของรถบางคนใช้รถขับรับส่งลูก จ่ายตลาด หรือนาน ๆ จะใช้รถสักที อาจจะเลือกประกันชั้นรอง ๆ ลงมาเช่นชั้น 2 หรือชั้น 3 เพราะความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุต่ำกว่า การเสียเงินให้กับเบี้ยประกันแพง ๆ ก็อาจไม่จำเป็นเมื่อเทียบกับบางปีอาจไม่มีเหตุที่จะต้องเคลมประกันเลย   2. พิจารณาจากมูลค่าและอายุการใช้งานของรถ การรับทำประกันในชั้นต่าง ๆ ของบริษัทรับประกันก็ใช้อายุของรถเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ที่จะทำประกันชั้น 1 ทางบริษัทมักจะรับพิจารณารถใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 7-9 ปี ยิ่งรถยนต์มีอายุการใช้งานมากเท่าไหร่ สิทธิในการได้รับพิจารณาทำประกันก็จะลดลงในชั้นต่าง ๆ ด้วย ซึ่งนี่เป็นตัวสะท้อนด้วยว่า รถยนต์ที่อายุงานมาก ๆ อาจไม่คุ้มที่จะซ่อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุหนัก ๆ แต่ที่แน่นอนสำหรับการทำประกันก็คืออย่างน้อย ๆ ในประกันชั้น 3 ที่ถูกที่สุดจะครอบคลุมการชนในกรณีเจ้าของรถเป็นฝ่ายผิดโดยรับผิดชอบซ่อมและจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามและมีความคุ้มครองอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากประกันของพรบ. เท่านั้น   3 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความคุ้มค่าของประกันรถ หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า ความคุ้มค่าของประกันรถยนต์อยู่ที่การใช้สิทธิ์ในการเคลมให้มากที่สุด จึงพยายามขอเคลมการซ่อมในทุกกรณีตั้งแต่เฉี่ยวชนเล็กน้อย มีรอยขูดขีดต่าง ๆ ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณนำรถเข้าอู่เพื่อเคลม คุณกำลังเสียโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากรถนั้นเป็นเวลาหลายวัน บริษัทรับทำประกันมักจะมีส่วนลดให้สำหรับผู้มีประวัติดีเมื่อต่อประกันในปีถัดไป   ดังนั้นการพิจารณาทำประกันให้คุ้มค่าคงต้องดูจากปัจจัยและองค์ประกอบหลายอย่างมาพิจารณาดังที่ได้กล่าวมา