ความคุ้มค่าการทำประกันรถ

Spread the love

 

ในการทำประกันรถยนต์นั้นตามกฎหมาย พรบ.ได้กำหนดให้รถยนต์ที่จดทะเบียนทุกคันกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำประกันไว้ในภาคบังคับ ซึ่งมีผลการคุ้มครองความเสียหายในเบื้องต้น แต่เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมซื้อประกันที่ครอบคลุมเพิ่มจากประกันที่กฎหมายบังคับ เนื่องจากได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า อย่างที่เราได้ทราบกันดีว่า ประกันรถยนต์ที่บริษัทรับทำประกันมีให้บริการนั้นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 และประกันชั้น 3 นอกจากนี้ก็มีประกันในรูปแบบที่พิเศษขึ้นคือประกันที่เป็นชั้นติด พลัส อย่างประกันชั้น 2 พลัสและประกันชั้น 3 พลัส การเลือกทำประกันรถยนต์ให้คุ้มค่าอาจไม่ใช่การเลือกทำประกันชั้น 1 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดและรอบคลุมการคุ้มครองความเสียหายสูงสุดเสมอไป เพราะเจ้าของรถแต่ละคนเหมาะสมที่จะทำประกันรถชั้นต่าง ๆ ต่างกัน การเลือกทำประกันรถให้คุ้มค่าและเหมาะกับตัวเรามีหลักเกณฑ์การพิจารณาดังนี้

 

1, พิจารณาเลือกประกันจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถเอง

ผู้ที่ใช้รถหรือเจ้าของรถจะทราบดีว่าตนเองมีพฤติกรรมในการใช้รถเช่นไร มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูได้จากความชำนาญในการขับรถ ความบ่อยในการใช้รถ เช่นบางคนต้องขับรถยนต์ทางไกลบ่อย ๆ สัปดาห์ละหลายวันผจญความเสี่ยงบนท้องถนนมากกว่า หรือขับไปทำงาน พบลูกค้าแทบตลอดทั้งวัน อาจจะต้องพิจารณาทำประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุมให้รับกับความเสี่ยงที่ใช้รถ ในขณะที่เจ้าของรถบางคนใช้รถขับรับส่งลูก จ่ายตลาด หรือนาน ๆ จะใช้รถสักที อาจจะเลือกประกันชั้นรอง ๆ ลงมาเช่นชั้น 2 หรือชั้น 3 เพราะความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุต่ำกว่า การเสียเงินให้กับเบี้ยประกันแพง ๆ ก็อาจไม่จำเป็นเมื่อเทียบกับบางปีอาจไม่มีเหตุที่จะต้องเคลมประกันเลย

 

  1. 2. พิจารณาจากมูลค่าและอายุการใช้งานของรถ

การรับทำประกันในชั้นต่าง ๆ ของบริษัทรับประกันก็ใช้อายุของรถเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ที่จะทำประกันชั้น 1 ทางบริษัทมักจะรับพิจารณารถใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 7-9 ปี ยิ่งรถยนต์มีอายุการใช้งานมากเท่าไหร่ สิทธิในการได้รับพิจารณาทำประกันก็จะลดลงในชั้นต่าง ๆ ด้วย ซึ่งนี่เป็นตัวสะท้อนด้วยว่า รถยนต์ที่อายุงานมาก ๆ อาจไม่คุ้มที่จะซ่อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุหนัก ๆ แต่ที่แน่นอนสำหรับการทำประกันก็คืออย่างน้อย ๆ ในประกันชั้น 3 ที่ถูกที่สุดจะครอบคลุมการชนในกรณีเจ้าของรถเป็นฝ่ายผิดโดยรับผิดชอบซ่อมและจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามและมีความคุ้มครองอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากประกันของพรบ. เท่านั้น

 

3 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความคุ้มค่าของประกันรถ

หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า ความคุ้มค่าของประกันรถยนต์อยู่ที่การใช้สิทธิ์ในการเคลมให้มากที่สุด จึงพยายามขอเคลมการซ่อมในทุกกรณีตั้งแต่เฉี่ยวชนเล็กน้อย มีรอยขูดขีดต่าง ๆ ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณนำรถเข้าอู่เพื่อเคลม คุณกำลังเสียโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากรถนั้นเป็นเวลาหลายวัน บริษัทรับทำประกันมักจะมีส่วนลดให้สำหรับผู้มีประวัติดีเมื่อต่อประกันในปีถัดไป

 

ดังนั้นการพิจารณาทำประกันให้คุ้มค่าคงต้องดูจากปัจจัยและองค์ประกอบหลายอย่างมาพิจารณาดังที่ได้กล่าวมา