นิทานก่อนนอน

คุณรู้ไหม นิทานก่อนนอนมีประโยชน์กับพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยด้วยนะ

ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปอย่างไรแล้วก็ตาม แต่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายอย่าได้ลืมความสำคัญพื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับการเล่านิทานก่อนนอนให้เจ้าตัวน้อยของคุณฟังกันก่อนเคลิ้มหลับด้วยนะ คุณอาจจะหาหนังสือเด็กสักเล่มหรือหนังสือนิทานแบบผ้ามาช่วยเป็นสื่อบ้างก็ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณค่ามากมายเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อยที่คุณไม่ควรมองข้ามไป ว่าแต่มีความสำคัญอย่างไรบ้างมาดูกันเลย  พัฒนาการทางด้านสมอง  มีการวิจัยมาแล้วมากมายทั้งต่างประเทศและในไทยที่ช่วยยืนยันว่า การเล่านิทานไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาก่อนนอน หรือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนสบาย ๆ ทั่วไปของลูกน้อย จะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ เรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในหนังสือเด็กหรือหนังสือนิทานภาษาอังกฤษช่วยกระตุ้นความคิด ระบบการเชื่อมโยงเรื่องราวในสมองจากสิ่งที่เด็ก ๆ ได้รับฟังได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วหนังสือนิทานภาษาอังกฤษที่มีวางจำหน่ายกันอยู่นั้น ล้วนเป็นเรื่องที่มีการคัดสรรมาอย่างดี มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจบางเล่มก็มีฉบับแปลภาษาไทยให้เรียบร้อยด้วย เนื้อเรื่องก็จะถูกวางเป็นระบบไม่ซับซ้อน มีคำสอน และคติสอนใจสอดแทรกอยู่โดยตลอด จึงช่วยให้หนูน้อยสามารถสร้างระบบการจดจำเรื่องราวในสมองได้ง่ายขึ้น และสร้างจินตนาการได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย  พัฒนาการทางด้านความจำ  การผูกเรื่องราว การลำดับและดำเนินเรื่องอย่างเป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงการสวมบทบาทของตัวละครแต่ละตัวในนิทานมีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่องความจำของเด็ก ยิ่งถ้ามีการใช้หนังสือนิทานแบบผ้ามาช่วยเป็นสื่อ การปรับโทนและการใช้น้ำเสียงตามบริบทของเรื่องของคุณพ่อคุณแม่ ยิ่งมีส่วนช่วยให้หนูน้อยมีอารมณ์ร่วมสามารถที่จะคล้อยไปกับเนื้อเรื่องได้ง่าย สิ่งเหล่านี้ยิ่งจะกระตุ้นให้หนูน้อยมีความจำที่ดีขึ้นด้วย  พัฒนาการทางด้านสมาธิ  เมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้มีการเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกน้อยฟัง เด็กจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องราว หากเป็นช่วงเวลาก่อนนอนก็จะยิ่งทำให้เด็กเข้าสู่ภวังค์และหลับลงได้ง่าย หากเป็นการเล่าในช่วงเวลาอื่นก็จะทำให้เด็กรู้สึกถึงความน่าสนใจ นับเป็นวิธีการที่ดีที่จะตรึงเด็ก ๆ ไว้ให้อยู่กับเรื่องราวหนึ่ง ๆ ได้ยาวนานเป็นการทำให้เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้นนั่นเอง  สร้างเสริมจินตนาการที่ไม่รู้จบ  เนื้อหาที่น่าสนใจในหนังสือเด็กสามารถที่จะเติมแต่งจินตนาการอันไร้ขอบเขตให้กับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี บางครั้งเด็กอาจได้มุมมองใหม่ ๆ จากเรื่องราวที่ได้รับรู้ จนทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และเริ่มที่จะพบคุณค่าของตนเองตั้งแต่เด็ก ๆ ได้เลย เรียกว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเด็ก ๆ ที่อยู่ในรูปของนิทานและได้รับการบอกเล่าจากผู้ใหญ่จะยิ่งช่วยให้จินตนาการของเด็ก ๆ สามารถต่อยอดไปได้ไกลมากกว่าเดิมหลายเท่า  พัฒนาการทักษะทางการพูดและภาษา  หากคุณลองใช้หนังสือนิทานภาษาอังกฤษที่มีบทแปลเป็นภาษาไทยเป็นสื่อช่วย เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้รู้จักการใช้คำ รู้จักรูปประโยคและความหมายของคำและประโยคต่าง ๆ เด็ก ๆ จะเริ่มรู้จักเปรียบเทียบคำภาษาไทยกับภาษาอังกฤษไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งยังได้ฝึกทักษะพื้นฐานในการสื่อสารที่ครบถ้วนไปในเวลาเดียวกัน ทั้งฟัง พูดอ่านและเขียน ซึ่งทั้งหมดนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถประยุกต์ปรับเปลี่ยนนำมาใช้ได้ในหลาย ๆ ช่วงเวลาของวันจากหนังสือนิทานสำหรับเด็กเพียงเล่มเดียว  ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคงจะเห็นแล้วว่า การเล่านิทานให้ลูกน้อยฟังไม่ว่าจะเป็นการเล่าก่อนนอนหรือช่วงเวลาใดก็ตาม ก็ย่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกน้อยในหลาย ๆ ด้านทั้งสิ้น ที่สำคัญนี่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างสายใยรักแห่งครอบครัว กระชับความสัมพันธ์ให้ผูกพันแนบแน่นมากยิ่งขึ้นแบบง่ายที่สุดอีกด้วยนะ ดีแบบนี้คืนนี้ก็อย่าลืมนำเรื่องราวสนุก ๆ ไปเล่าให้เจ้าตัวน้อยของคุณฟังกันด้วยนะ 

รถยนต์เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่

รถยนต์เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่

ในปัจจุบันนี้รถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความใส่ใจและความสนใจอย่างมากที่สุด เรื่องของรถยนต์บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามเลย รถยนต์ในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่สุด หลายๆคนก็คงยังสงสัยว่าทำไมจะต้องสิ้นเปลืองกับรถยนต์คันหนึ่งด้วย รถยนต์คันนี้นั้นเป็นเรื่องทำจำเป็นและสำคัญอย่างมากเลยทีเดียว ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามควรที่จะใส่ใจให้มาก การซื้อรถยนต์มาใช้นั้นก็เพื่อให้เราขับขี่ได้สะดวกหรือไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย การที่เราซื้อรถยนต์คันหนึ่งนั้นราคาค่อนข้างสูงเพราะว่ารถยนต์ใหม่ที่ออกมานั้นราคาก็มีความแพงมากยิ่งขึ้นหากเราไม่ซีเรียสว่าจะต้องใช้รถยนต์หรูๆเท่านั้นก็สามารถที่จะเลือกซื้อรถยนต์มือสองที่เราชอบได้ อย่างคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้พวกนักศึกษานั้นจะเป็นวัยที่ซื้อรถใหม่หรือออกรถยนต์ใหม่กันเยอะมากเพราะว่าพ่อแม่ของเค้านั้นออกรถยนต์คันใหม่ป้ายแดงออกมาให้ลูกขับ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เรากำหนดได้ว่าอยากจะซื้อรถยนต์ป้ายแดงหรือไม่อย่างไร รถยนต์นั้นจะถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นก็ไม่ใช่เพราะว่ารถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่เราควรที่จะคำนึงและใส่ใจอย่างที่รู้ๆกันดีว่ารถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนควรที่จะยอมเป็นหนี้เพื่อที่ว่าจะได้มีรถยนต์มาใช้ในการขับขี่ ในตอนนี้ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระเงินค่างวดรถยนต์ก็ต้องมีดอกเบี้ยด้วยกันทั้งนั้น หลายๆสิ่งหลายๆอย่างนั้นในเรื่องของรถยนต์เราก็ควรที่จะสนใจและใส่ใจในเรื่องของราคาหากเรามีกำลังจ่ายมากพอก็ไม่ต้องกลัวว่าเราจะไม่มีเงินทุกๆสิ่งทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะสนใจและใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนั่นก็คือดอกเบี้ยนั่นเอง ดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่เราควรที่จะคำนึงถึงอย่างมากเพราะว่าถ้าเป็นดอกเบี้ยคงที่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าไม่ใช่ดอกเบี้ยคงที่ก็ต้องมีรายจ่ายที่มากขึ้นในทุกๆเดือนอีกด้วย การขับรถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเพราะว่าอีกแง่หนึ่งนั้นทำให้เราไม่ร้อนและสามารถที่จะขับรถไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องกลัวแดดอีกด้วย การที่เราเสียเงินซื้อรถยนต์สักคันหนึ่งนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยหล่ะ

รถกอล์ฟ

รถกอล์ฟกับการดูแลรักษารถให้ใช้งานได้ยาวนาน

รถกอล์ฟ คือ รถประเภทหนึ่งที่ใช้งานในสนามกอล์ฟ หรือเราอาจจะเห็นตามถนนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย เพราะว่าถ้าต้องนำมาใช้บนถนน อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ เพื่อให้ขับได้ไวขึ้น แต่ไม่ว่ารถประเภทไหนก็ต้องการการดูแลกันทั้งนั้น และถึงแม้ว่าในความเป็นจริง เราจะใช้รถแค่ในสนามกอล์ฟ แต่ว่า เมื่อใช้ไปนานๆ รถก็เสื่อมสภาพไปตามเวลา เพราะฉะนั้นเราจึงต้องซ่อมบำรุงและดูแลรักษา และวันนี้เราจะมาดูกันว่า เราควรดูแลรถอย่างไรบ้าง รถทุกคันจะมีแบตเตอรี่ในรถอยู่แล้ว ในบางครั้งถ้าหากรถกอล์ฟของคุณสตาร์ทไม่ติด อาจเกี่ยวกับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่น้อยลงหรือหมด เพราะฉะนั้นคุณจะต้องดูเรื่องของน้ำกลั่นด้วย โดยการตรวจเช็คอยู่เสมอ และนอกจากนี้ยังมีเรื่องของน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้ายด้วยที่คุณต้องดู โดยต้องดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะว่า ถ้าปล่อยให้แห้งอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้ และคราวนี้คุณอาจจะต้องเสียเงินในการซ่อมมากกว่าเดิม หรืออาจจะต้องเปลี่ยนยกเครื่องเลย เมื่อตรวจสอบในส่วนของแบตเตอรี่และน้ำมันแล้ว คุณจะต้องดูในส่วนของจุดยึดต่างๆ เพราะว่ารถของคุณเมื่อเคลื่อนที่บ่อยๆ อาจทำให้น้อตที่ยึดในส่วนต่างๆหลวมหรืออาจหลุดออกมาได้ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องอัดจารบีตามจุดและข้อต่อต่างเช่น ชุดพวงมาลัย  ลูกปืนล้อ ให้แน่นอยู่เสมอ และอย่าลืมตรวจเช็คผ้าเบรกทุก 6 เดือน เพื่อจะได้ตรวจสอบว่า ระบบเบรกของคุณใช้งานเป็นอย่างไร เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน  นอกจากนี้คุณต้องดูในส่วนยางของรถด้วย คือ คุณต้องรักษาระดับลมยาง ควรอยู่ที่  30 psi และในทุกครั้งหลังใช้งาน คุณต้องตรวจดูยางรถของคุณอยู่เสมอ เป็นต้น ทั้งหมดนี้คือ  การดูแลรถกอล์ฟในเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้ด้วยตนเอง หากรถของคุณเกิดใช้ไม่ได้หรือมีปัญหา ควรปรึกษากับร้านที่คุณซื้อมา โดยอาจส่งซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนด้วย เพราะฉะนั้นการเลือกร้านที่มีคุณภาพมาตรฐานจะช่วยให้คุณนั้นมีรถที่มีคุณภาพมาตรฐาน และเมื่อมีปัญหาก็สามารถส่งซ่อมได้ทันที โดยการซื้อกับร้านที่มีคุณภาพจะมีการรับประกันสินค้าให้คุณ ช่วยให้คุณนั้นมั่นใจได้ว่า รถของคุณจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองทุกความต้องการให้คุณได้ และอย่าลืมทำตามคำแนะนำการใช้งานด้วย เพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุด และไม่ต้องอารมณ์เสียเมื่อต้องการใช้งานด้วย หากคุณดูแลบำรุงรักษาอยู่เป็นประจำ รับรองเลยว่า รถของคุณจะใช้งานได้ตามที่ต้องการ    

เคลมประกันรถยนต์

เคลมประกันรถยนต์ คืออะไร มีอะไรต้องรู้ก่อนทำ

            รถยนต์นั้นเป็นยานพาหนะที่เรียกได้ว่าช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นแล้ว ก็ยังทำให้คุณเดินทางได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ภายในรถยนต์ก็ยังมีสื่อสร้างความบันเทิง อีกทั้งอาจจะมีแผนที่ระบุตำแหน่งให้คุณด้วย แต่การใช้รถใช้ถนนนั้น คุณไม่ได้ใช้เพียงแค่คนเดียว อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก็ได้ คุณจึงต้องทำประกันภัยรถยนต์ หากมีอุบัติเหตุ คุณจึงสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้ แน่นอนว่าทุกคนคงจะคุ้นเคยกับการทำประกันรถยนต์และประกันชีวิต ซึ่งบางคนจะเคยสมัครประกันชีวิตหรือไม่เคยก็ได้ แน่นอนว่าการทำประกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากและจะต้องมีความรู้ เพื่อให้ตนเองสามารถถือประกันชีวิตได้อย่างไร้กังวล การแคลมประกันรถยนต์ คลม ก็เหมือนกับการนำรถไปเข้าอู่หรือเข้าศูนย์ เพื่อจัดการสิ่งที่ชำรุดนั่นเอง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเคลมประกัน ดังนี้ รู้จักประเภทของการเคลมประกัน การเคลมประกันรถยนต์ ก่อนที่คุณจะนึกถึงในเรื่องการเคลมประกัน คุณควรที่จะเรียนรู้หรือหาความรู้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่อันตรายขึ้นมา คุณจะเกิดความสงสัย ทำให้การเจรจามีปัญหา แต่หากมีความรู้ รับรองได้เลยว่า การพูดคุยและการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะสามารถเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ ทำให้คุณสามารถเคลมรถได้อย่างง่ายเลยทีเดียว เพียงคุณหาข้อมูล คุณก็จะสามารถจัดการกดับปัญหาได้ดีมากขึ้น การเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการเคลม             สำหรับเอกสารของการเคลมประกันรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณควรที่จะเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อให้สามารถเคลมรถเข้าอู่ซ่อมให้เร็วที่สุด โดยการเตรียมเอกสารนั้นก็ไม่ยุ่งยาก เพียงเตรียมสำเนากรมธรรม์ สำเนาใบขับขี่ ทะเบียนรถ และอื่น ๆ เกี่ยวกับการขับรถ และเอกสารแสดงตัวตน คือ สำเนาบัตรประชาชน นั่นเอง  การเตรียมเอกสารเคลมนั้น จะต้องเตรียมเพื่อนำไปใช้ในการแจ้งเคลมนั่นเอง โดยต้องแจ้งผ่านบริษัทประกันภัยของคุณ ให้บริษัทออกใบเคลม จากนั้นก็นำไปซ่อมที่อู่ค่ะ ดูความคุ้มครองของการเคลมแต่ละประเภท                  ความคุ้มครองของการเคลมประกันรถยนต์ในแต่ละประเภท ได้แก่ ชั้น 1 ชั้น 1+ ชั้น 2 ชั้น 2 + และชั้น 3  นั้นก็ย่อมต้องมีบริการความคุ้มครองที่แตกต่างกัน วิธีในการเลือกนั้นก็ไม่ยุ่งยากมาก เพราะประกันแต่ละประเภทนั้นมีให้คุณเลือกไม่เท่ากัน คุณจึงควรเลือกสิ่งที่คิดว่าคุ้มค่าสำหรับคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าทางด้านสิทธิความคุ้มครองที่ได้รับ หรือความคุ้มค่าทางด้านการเงินค่าเบี้ยที่คุณจะต้องจ่ายทุก ๆ ปิ  เพียงแค่คุณมีความรู้ในเรื่องที่กล่าวมา ก็ทำให้คุณสามารถเคลมรถยนต์ของคุณได้แล้วค่ะ                                                                                  

ประกันรถยนต์

มีรถยนต์ต้องเช็คราคาประกันรถยนต์อย่างไร

ในปัจจุบันนี้มีผู้ใช้รถยนต์เป็นจำนวนมากเพราะผู้ขับขี่ใหม่ในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้นในทุกๆวัน ทุกๆวันก็มีผู้สอบใบขับขี่มากมายเช่นกัน การมีรถยนต์นั้นแน่นอนว่าต้องมีประกันรถยนต์ การทำประกันรถยนต์นั้นไม่ยากเลยสามารถทำได้ง่ายๆไม่ว่าจะทำประกันผ่านตัวแทนบริษัทประกันภัยหรือจะทำประกันรถยนต์ออนไลน์ก็สามารถทำได้เช่นกัน ผู้ที่ไม่เคยทำประกันภัยรถยนต์มาก่อนก็จะไม่รู้ราคาประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นแต่ละประเภทว่าราคาเท่าไรและมีความคุ้มครองอะไรให้บ้างที่จะได้รับเมื่อทำประกันภัยแล้ว ผู้ที่จะทำประกันรถยนต์นั้นจะต้องเช็คราคาประกันรถยนต์ของรุ่นเราก่อนว่าราคาเท่าไหร่หากจะทำประกันรถยนต์แล้วประกันประเภทไหนที่จะเหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันของเรา การเช็คราคาประกันรถยนต์นั้นทำได้ง่ายๆไม่ได้ยุ่งยากมากมายแบบที่คิดเพียงแค่ถ้าหากเราไม่อยากสอบถามกับพนักงานเพราะเสียค่าโทรศัพท์หลายบาทเพื่อรอสายอีก หากไม่อยากรอโทรถามพนักงานก็สามารถเช็คราคาประกันรถยนต์ได้ทางออนไลน์เพียงแค่เลือกว่าเราสนใจที่จะทำประกันประเภทไหนชั้นไหน จากนั้นระบบก็จะทำการคำนวณการเช็คราคาประกันรถยนต์แบบคร่าวๆมาให้โดยประกันชั้น1 ราคาเริ่มต้นที่12,000บาท ให้ความคุ้มครองครบถ้วนมากที่สุดในบรรดาประกันชั้นอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกรณีรถชน รถเฉี่ยว รถโดนขีดข่วน รถกระจกแตก รถหาย รถไฟไหม้  รถน้ำท่วม สามารถทำการเคลมได้ทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้นแต่ทั้งนี้เมื่อเราเช็คราคาประกันรถยนต์แล้วนั้นบริษัทแต่ละบริษัทจะมีข้อจำกัดในการทำประกันภัยชั้น1คือรถต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน5ปีบ้าง บางที่ก็มีอายุการใช้งานไม่เกิน10ปีบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องอาจจะกรอกข้อมูลเพิ่มเพื่อจะได้ราคาที่แท้จริงในการเช็คราคาประกันรถยนต์ การเช็คราคาประกันชั้น1แบบโลวครอสจะได้รับการคุ้มครองเหมือนประกันชั้น1หมดแต่ราคาจะถูกลงกว่ามากมายเลยทีเดียวแต่ทั้งนี้หากราคาถูกกว่าแบบแรกหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาทางเราที่เป็นฝ่ายผิดจะต้องชดใช้ค่าเสียหายส่วนแรกเองเป็นจำนวนเงินตั้งแต่2,000-5,000บาทต่อครั้ง ส่วนประกันชั้น2 ราคาประมาณ4,000-5,000บาทจะคุ้มครองแค่รถคู่กรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเสียหายจากเราเท่านั้น ประกันจึงจะรับผิดชอบให้ นอกจากประกันชั้น2แล้วนั้นยังมีประกันชั้น2+เพิ่มเข้ามาอันนี้จะคุ้มครองเพิ่มจากประกันชั้น2คือมีการคุ้มครองรถชน รถหาย รถไฟไหม้เพิ่มเข้ามาแต่การชนหรือหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้วนั้นต้องมีคู่กรณีเท่านั้นทางประกันถึงจะรับผิดชอบไม่มีคู่กรณีไม่รับผิดชอบทั้งสิ้น ส่วนมากประกันชั้น2จึงไม่ค่อยมีใครเลือกทำกันเท่าไรนัก  ประกันชั้น3ราคาจะอยู่ที่1,000บาทเป็นต้นไป จะทำการคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น ไม่ซ่อมรถของเราหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจ่ายเองล้วนๆเศร้าใจแน่ๆ ส่วนประกันชั้น3+นั้นราคาจะอยู่ที่3,000-5,000บาทจะคุ้มครองรถชนแต่ต้องมีคู่กรณีเป็นรถโดยสารทางบกเท่านั้น หากไม่มีคู่กรณีไม่สามารถเคลมได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการเช็คราคาประกันรถยนต์สามารถทำได้ง่ายๆด้วยตัวเราเองเพียงแค่มีโทรศัพท์มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถเช็คได้แล้วและเราก็จะได้เลือกทำประกันรถยนต์ให้กับรถยนต์ของเราได้ถูกประเภทอีกด้วยเพื่อความคุ้มครองที่ดีกว่า

เดินทางที่สบายด้วยรถยนต์

การเดินทางที่สบายนั้นเดินทางโดยรถยนต์เป็นทางที่ดีที่สุด

ในปัจจุบันนี้รถยนต์นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่ารถยนต์นั้นในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามและไม่จำเป็นว่าเราจะต้องซื้อรถยนต์มือหนึ่งอย่างเดียว รถยนต์มือสองนั้นราคาถูกที่เค้าปล่อยขายและสภาพดีก็มีมากเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามหากเรารู้ว่าการเดินทางนั้นหากเราเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมากเลยหากเรามีของที่มากมายจะทำให้เรานั้นต้องแบกของพรุงพรังขึ้นรถเมล์แบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมากที่สุดเลยทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะใส่ใจให้มากที่สุดไม่มีใครหรอกที่อยากจะให้เรานั้นมีความลำบาก ไม่มีใครอยากที่จะให้ตัวเองลำบากหรอก การเดินทางด้วยรถยนต์นั้นขอบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราต้องหันกลับมามองอย่างมากเลยเพราะการที่เรามีรถยนต์นั้นเป็นเรื่องที่ดี ที่ใครหลายๆคนนั้นควรที่จะเห็นความสำคัญในส่วนนี้ด้วย หลายๆสิ่งหลายๆอย่างนั้นการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางก็เป็นเรื่องที่ลำบากแล้วหากเราต้องถือของที่มากมายแบบนี้ก็จะยิ่งทำให้เรามีความลำบากมากยิ่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องง่ายๆที่เราไม่ควรมองข้ามผ่าน การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางนั้นอันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากๆเลยหากในยามที่เรามีของเยอะแยะคือพูดตรงๆว่ามันไม่สามารถที่จะขึ้นรถเมล์ได้เพราะรถเมล์มีพื้นที่จำกัดและถ้าหากคนเยอะอีกก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมากที่สุดเลย การเลือกซื้อรถยนต์นั้นสามารถเลือกซื้อได้หลายทางอยู่ที่ว่าเราอยากได้รถรุ่นไหนอยู่ในใจ หากเรามีความรู้แล้วว่าเราอยากได้รถยนต์รุ่นไหนซึ่งไม่แปลกใจเลยที่เราจะซื้อรุ่นนั้นๆแล้วเราก็ค่อยๆหารถยนต์รุ่นนี้ในราคาที่เรากำหนดหรือในบางครั้งราคาที่ทางผู้ขายตั้งนั้นมีราคาที่สูงไปเราก็สามารถที่จะขอเค้าลดลงอีกหน่อยก็ได้อันนี้อยู่ที่การต่อลองของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะเข้าใจไม่มีใครหรอกที่ไม่เข้าใจในเรื่องตรงนี้  แต่เราก็ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าการที่เราได้รถมาแล้วนั้นใช่ว่าจะจบในทุกๆปีต้องมีการต่อภาษี พรบ.รถยนต์ด้วยซึ่งจะมีรายจ่ายในส่วนตรงนี้เข้ามามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ปัจจัยในการเปลี่ยนรถยนต์สำหรับคุณ

ในปัจจุบันนี้ รถยนต์ นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้าง สำคัญเป็นอย่างมาก ในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะได้สร้างทั้งความสะดวกสบายให้แก่คุณ ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน ก็สะดวกสบายด้วย รถยนต์ของคุณเองนั้น แต่ถ้าขับรถนานๆ ไปแล้วรู้สึกอยากที่จะเปลี่ยนรถ แล้วคุณนั้นอยากจะเปลี่ยนรถคุณก็จะมีคำถามที่ว่าจะต้องมีปัจจัยอย่างไรบ้างในการเปลี่ยนรถยนต์ที่เหมาะสำหรับคุณ วันนี้ผมก็มีคำตอบให้ครับว่า ปัจจัยที่สำคัญนั้นจะต้องเป็นอย่างไรในการเปลี่ยนรถยนต์ของคุณ ว่าแท้ที่จริงแล้วต้องเปลี่ยนดีไหม หรือต้องใช้ไปอีกปีหรือสองปีเสียก่อน หรต้องบอกเลยครับ คุ้มอย่างแน่นอน สำหรับรถยนต์นี่มันคิดได้หลายอย่างนะ อย่างเช่นคันเก่าไม่มีระบบความปลอดภัยอะไรเลย ไม่มีแม้แต่เข็มขัดนิรภัย(เก่าสุดๆ) เลยเปลี่ยนเป็นคันใหม่ที่มีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยครบครัน ทั้งถุงลม และระบบช่วยเหลือทั้ง ESP ABS BA TRC ฯลฯ แล้วคุณไปเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา แล้วระบบพวกนี้มันทำให้คุณรอดชีวิตกลับมาได้ แบบนี้ผมว่าการเปลี่ยนรถใหม่ในครั้งนี้โคตรคุ้มสุดๆครับ หรือถ้ารถอายุ 10 ปีขึ้นไป และเจ้าของไม่รู้เรื่องรถมากมาย ไม่สามารถประมาณได้แน่นอนว่าอะไหล่ส่วนที่สำคัญส่วนใดส่วนหนึ่งจะเสียเมื่อไร ถ้ามันเกิดไปเสียกลางทางขณะที่เดินทางตอนกลางคืนคนเดียวโดยเฉพาะผู้หญิง ก็อาจเกิดอันตรายได้ แบบนี้การที่ออกรถใหม่สำหรับผมก็ถือว่าคุ้มครับ แต่ถ้าไม่ได้เดินทางไกล แค่ขับไปทำงานใกล้ๆวันละ 10-20 กม. เอาแค่กันแดดกันฝนได้เป็นพอ แบบนี้เป็นผมจะใช้จนกว่าไม่มีอะไหล่จะเปลี่ยนเลยครับ ถึงจะคุ้มที่สุด ซึ่งปกติ รถญี่ปุ่น จะเริ่มเสีย เริ่มอ้อน ตอนสักปีที่  6 – 7 ปีน่ะครับ ซึ่งถ้าซ่อมแบบจัดหนักลงไป มันก็อยู่ได้อีกยาว เรียกได้ว่าการเปลี่ยนรถถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ดีพอควรเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าพอมีงบ และอยากสบายใจ ก็ควรเปลี่ยนรถในช่วงเวลานี้(5-7ปี) เพราะถ้านานกว่านี้ อาจเสียหนักมากกว่าเดิม แล้วเวลาขับจะกังวลใจมาก(เคยเป็น) ส่วนราคาขาย ถ้าเกินปีที่4-5ไปแล้ว ผมว่าตกไม่มากนักหรอก (อย่าเร็วกว่า4ปี) ถึงแม้ผมเป็นผู้ชาย ผมก็เอาเซฟไว้ก่อน เพิ่งขายวิซเข้าปีที่8ไป แล้วออกnew CRV (ก่อนหน้านู้นขายjazz เมื่อเข้าปีที่5 มาออกcity) แนะนำถ้าต้องเปลี่ยนรถบ่อยๆ ไม่ต้องเล่นตัวท๊อปทุกครั้งก็ได้นะครับ เอางบตัวท๊อปมาทำอย่างอื่น หรือเป็นงบในการเปลี่ยนคันถัดไปดีกว่า หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างครับ

ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้า

ต้องบอกเลยครับว่า โดยรวมแล้ว ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยนั้น ยังมองว่าค่อนข้างที่จะแพงอยู่ ถึงแม้ว่าจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากแค่ไหนก็ ซึ่งจุดนี้เอง จึงทำให้ ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้า ยังไม่มีเป็นที่ต้องการอย่างแน่นอนครับ ซึ่งถือว่า ผมว่าดีแล้วที่เริ่มจาก รถยนต์ไฟฟ้าราคาแพง จะใช้ได้เฉพาะเศรษฐัเท่านั้น เอาไว้ลองเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะตอนนี้ ราคาแบตยังสูงอยู่มากๆ ประมาณ 40%ของราคารถ  แถมไทยเรายังมี ภาษีนำเข้าอีกซึ่งสูงมากอยู่ ผมไฝ่ฝันว่าจะได้ใช้ รถกระบะ หรือ รถยนต์นั่งไฟฟ้า  ตอนนี้ก็คงได้แต่ใข้มอไซค์ไฟฟ้าวิ่งแถวบ้านไปก่อน และ อีกทางนึงที่พอเปนไปได้สำหรับคนญานะปานกลางคือ เอารถเก่าไปโม เป็นไฟฟ้าแบะพยายามจดทะเบียนให้ผ่าน ซึ่งน่าจะใข้งบ 2-3แสนบาท เรียกได้ว่า ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้า ถูกกว่า เครื่องยนต์มาก เพราะไม่มีชิ้นส่วนเป็นหมื่นๆชิ้นเหมือนในรถเครื่องยนต์ หัวเทียน + คอยล์จุดระเบิด + หม้อน้ำ + ท่อน้ำ + ท่อส่งน้ัามัน + ปั๊มติ๊ก + ท่อไอเสีย + ตะตาไลติก + ฯล แทนที่ด้วยแผงวงจรอันเดียว ใจเย็นๆ อนาคต ไม่ต้องใช้สถานนีเติมประจุไฟฟ้า / ใช้ถนนเติมประจุไฟฟ้าแทนได้ครับ วิ่งไป ชารจ์ไป เก็บตัง ออนไลน์ รวมๆแล้ว อีก สามสิบปีข้างหน้า ต้นทุนการผลิต + การบรการ รถเก๋งไฟฟ้า คันละ ไม่ถึงห้าแสนบาท ด้วยสมรรถนะ เร่งความเร้ว 0-100 กมฝชั่วโมง ภายใน 4 วินาที แข่งได้กับ super car ราคา สิบล้าน คิดว่า 5-10 ปี นะครับกว่าจะเริ่มกันในไทย แต่ถ้ามีใครเอามาทุบตลาด ญี่ปุ่นคงเริ่มวิ่ง ไม่ใช่เดินนะ  เค้าขอ BOI ก็จริง แต่ดูรูปการณ์แล้ว full system คงไม่ต่ำกว่า 10 ปี ไม่งั้นโรงงานผลิตเครื่องยนต์เอาไปปลูกสาระแนไม่ได้และที่รัฐเริ่มโคลงการนะถูกแล้ว การไฟฟ้าก็จะได้เริ่มระบบสำรองไฟด้วย ปตท. ก็จะได้ขยับตัว มีแต่ข้อดี หรือ รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าควรตรวจสอบเรื่องราคาอะไหล่ แบตเตอรี่เก็บไฟเปลี่ยนแต่ละครั้งราคา ค่อนข้างสูงมาก ส่วนรถยนต์ที่เติมแก๊สระบบ CNG พอใช้ครบ 4 ปีหรือประมาณ 1 แสนกม. เกิดปัญหาหัวฉีดแก๊สอุดตันเปลี่ยนใหม่หัวละ 1 หมื่น เปลี่ยน 4 หัว ราคา 3.6 หมื่น ต้นทุนเฉลี่ยปีละ 1 หมื่น สุดท้ายกลับมาใช้รถยนต์พลังงานจากน้ำมันระบบเดียว ขับขี่บริหารเส้นทาง ใช้ให้คุ้มค่า และให้เกิดความประหยัดดีที่สุด เรื่องการต่อแถวชาร์ทไฟ ผมว่าไม่มีปัญหานะครับ เพราะว่าสามารถติดตั้งได้ตามที่จอดรถได้เลย ไม่ต้องมีแค่จุดเดียว ส่วนระยะเวลาชาร์ทไฟ ก็ขอให้ติดตั้งเครื่องพวกแบบ ซุปเปอร์ชาร์ทเจอร์ สามารถชาร์ทได้เร็วสัก ครึ่งชั่วโมง ก็ได้ครับ ถ้ารีบมาก ก้ชาร์ทสักครึ่งนึงก็ได้ ถ้าเป็นขับทางใกล ก็ควรจะมีสถานีชาร์ท เหมือนป็มครับ อยู่ในปั๊มเลยก็ได้ และเรื่องอะไหล่ รถไฟฟ้ามีกลไก ในการทำงานน้อยกว่า รถใช้น้ำมันที่มีกลไกเคลื่อนไหวตลอดเวลาเป็นพันๆชิ้น การสึกหรอของอุปกรณ์ น่าจะน้อย

ข้อสังเกตในการเลือกอู่ซ่อมรถ

การซ่อมแซมรถยนต์นั้นเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นจากปัญหารถยนต์ที่สึกหรอ เกิดอุบัติเหตุหรือได้รับความเสียหายจากปัจจัยต่างๆ รวมไปถึงการบำรุงดูแล การตรวจเช็คสภาพ การทำสีรถและอื่นๆที่เราควรจะเลือกอู่ซ่อมรถที่มีคุณภาพมากที่สุดสำหรับการจัดการเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตัวเครื่องยนต์และรถ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีอู่ซ่อมรถเปิดให้บริการอยู่มากมายหลายรูปแบบ กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ แล้วเราควรจะเลือกอู่ซ่อมรถแบบไหนที่จะทำให้คุณได้รับการดูแล ซ่อมแซมและทำให้รถของคุณกลับมาในสภาพที่มากที่สุด เราไปดูข้อสังเกตในการเลือกอู่ซ่อมรถ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้รถของคุณกัน เครื่องมืออุปกรณ์พร้อมและมีคุณภาพ อุปกรณ์เครื่องมือการซ่อมแซมที่พร้อมและมีคุณภาพจะช่วยให้รถของคุณได้รับการดูแลที่ดีที่สุดและกลับมาในระดับที่มีดีที่สุด ควรลองสอบถามเจ้าของอู่หรือพนักงานภายในอู่ซ่อมรถถึงคุณภาพและความพร้อมของอุปกรณ์รวมไปถึงพิจารณาความพร้อมโดยรวม เพื่อที่จะทำให้เรามั่นใจในการใช้บริการมากที่สุด การบริการที่ดีเยี่ยม การบริการที่ดีนั้นมีในทุกสายอาชีพ ทุกงาน รวมทั้งอู่ซ่อมรถ ที่คุณควรจะเลือกอู่ซ่อมรถที่เอาใจใส่ในการบริการตั้งแต่ครั้งแรกที่สอบถามไปจนตลอดระยะเวลาที่นำรถไปซ่อม การบริการในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงรอยยิ้ม ความสุภาพอ่อนน้อมเท่านั้นแต่ยังหมายถึงการตอบคำถามชัดเจนและตรงไปตรงมา ช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องผ่านทางช่องทางต่างๆ รายละเอียดถูกต้อง เงื่อนไขที่ชัดเจน ควรเลือกอู่ซ่อมรถที่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถที่ถูกต้อง มีการกำหนดเงื่อนไขและแจ้งอย่างชัดเจนเพื่อที่จะให้การซ่อมรถของคุณเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และมีคุณภาพมากที่สุด   สถานที่มีมาตรฐาน ระบบจัดการดี ไม่ว่าอู่ซ่อมรถจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก อู่ที่เราเลือกควรจะมีการจัดการสถานที่อย่างเป็นสัดส่วน ชัดเจนและมีระเบียบ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่สำหรับขัดสี พื้นที่สำหรับรับรถ พื้นที่สำหรับถอดประกอบ รวมไปถึงความสะอาดภายในอู่ซ่อมรถ ที่จะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและใส่ใจในการดูแลรถของคุณ นอกเหนือจากนี้อย่าลืมที่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอู่ซ่อมรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงาน หัวหน้าช่างและเจ้าของอู่ ว่ามีประสบการณ์ด้านการซ่อมรถและเชี่ยวชาญมากแค่ไหน สามารถที่จะให้ความรู้รายละเอียดต่างๆให้แก่เรารวมไปถึงรู้ถึงการแก้ไขปัญหาของเครื่องยนต์ที่เราต้องการซ่อมได้หรือไม่ เพื่อที่จะทำให้เรามั่นใจได้มากที่สุดว่าอู่ซ่อมรถที่เราเลือกจะสามารถจัดการดูแลรถของเราได้อย่างมีคุณภาพมากที่สุด

เช็คสภาพรถก่อนออกไปเที่ยว

ในทุกๆช่วงเทศกาลหรือวันหยุด หลายคนที่ว่างเว้นจากการทำงาน หรือมีเวลาก็อยากที่จะไปท่องเที่ยว เดินทางไปยังที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นภายในจังหวัด ต่างจังหวัดหรือต่างอำเภอ  โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเลือกใช้รถส่วนตัวที่สะดวกและรวดเร็วมากกว่า แต่ทั้งนี้การเดินทางไปเที่ยวทุกครั้งก็จำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมและคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยให้มากที่สุด โดยเฉพาะสภาพของรถยนต์ เพื่อที่จะให้การขับขี่ราบรื่นและปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้นเราจึงมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการเช็คสภาพรถก่อนออกไปเที่ยว แนวทางที่จะทำให้คุณพร้อมสำหรับออกเดินทางมากที่สุด ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่อง จัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากไม่แพ้น้ำมันเลยทีเดียว เพราะถ้าหากขาดน้ำมันเครื่องไปจะเกิดปัญหาด้านเครื่องยนต์หลายๆอย่างไปจนถึงขั้นพังเลยทีเดียว ดังนั้นควรที่จะตรวจสอบของน้ำมันเครื่องให้พร้อมว่าอยู่ในระดับไหน ถ้าหากว่าอยู่ในตำแหน่ง Low หรือ L ควรที่จะเติมอย่างเร่งด่วน อย่าเสี่ยงและรอให้ครบรอบกำหนดถ่ายน้ำมันเครื่อง ยางรถต้องพร้อม รถไม่มียาง คือรถที่วิ่งไม่ได้และไม่สามารถจะไปไหนได้ด้วย ดังนั้นเราควรที่จะตรวจสอบยางก่อนออกเดินทางให้ละเอียด ว่าจะเป็นส่วนของดอกยาง ลมยางที่มีปริมาณเหมาะสมและตรงกับมาตรฐาน เช็ดสภาพให้พร้อมก่อนออกเที่ยวทุกครั้ง     ผ้าเบรคคือสิ่งสำคัญ อีกหนึ่งส่วนที่ควรตรวจสอบอย่างละเอียดเลยก็คือ ผ้าเบรกรถยนต์ที่ควรเช็คดูว่ามีการสึกหรอหรือไม่ ทำงานปกติหรือเปล่า เพราะการฝืนหรือใช้ผ้าเบรกที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้นจะทำให้เบรกไม่อยู่และจานเบรกสึก เกิดเสียงดังเพื่อเป็นการเรียกเตือน จนต้องไปซื้อใหม่ยกชุดเลยทีเดียว ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์ สิ่งที่ควรตรวจสอบอีกอย่างหนึ่งก็คือระบบหล่อเย็นภายในเครื่องเย็น ที่ควรจะเช็คทุกครั้งว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่ ระดับน้ำในหม้อน้ำเป็นอย่างไร เพื่อที่จะป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องระหว่างทาง ระบบไฟปกติดีหรือไม่? ระบบไฟถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับขี่ตอนช่วงกลางคืนที่แม้ว่าไฟจะดับไปแค่ดวงเดียวแต่อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงได้ ดังนั้นจะต้องเช็คไฟให้พร้อม ทั้งไฟท้าย ไฟหน้ารถ ไฟเลี้ยวทั้งสองข้าง ไฟเบรก และไฟสูง