พลังงานทางเลือกสำหรับรถยนต์

เรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้คนทั่วโลกได้หันมาใส่ใจในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งการปัญหาโลกร้อนและการประหยัดพลังงาน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดเหล่านี้และนำมาซึ่งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ รถยนต์ต่างๆที่ตั้งแต่กระบวนการผลิต การขับขี่และใช้งาน รวมไปถึงการกำจัดเมื่อหมดอายุนั้น ทุกๆขั้นตอนล้วนใช้พลังงานสิ้นเปลือง และส่งผลกระทบกับโลกและพลังงานเชื้อเพลิง ราคาน้ำมันโลกที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน รถยนต์พลังงานทางเลือกกันมากยิ่งขึ้น   ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ได้มีผู้ประกอบการรถยนต์จำนวนมากหันมาผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือกไม่ว่าจะเป็นรถ Eco Car รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฮบริด เพื่อที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคแห่งการประหยัดพลังงานอย่างเต็มตัว   รถยนต์ Eco Car รถ Eco Car รถยนต์ประหยัดพลังงาน ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยลดผลกระทบของยานยนต์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะเป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรง ขนาดกะทัดรัด ปล่อยไอเสียน้อยและไม่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง อีกทั้งยังมีขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป ใช้พลังงานและวัตถุดิบในการสร้างที่น้อย เพื่อที่จะให้เป็นการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงให้มากที่สุด เหมาะสำหรับคนเมืองและจราจรที่หนาแน่น โดยในปัจจุบันนี้เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า Electric Vehicle เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ผ่านกระบวนการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม ลดพลังงานสิ้นเปลืองและประหยัดได้มากเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ช่วยในด้านประหยัดพลังงานอย่างสูงสุดเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้จะเป็นรถยนต์ที่ต้องมีการชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้ง จึงทำให้มีขีดจำกัด ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น มีความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน เพื่อที่จะให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถที่จะขึ้นสู่ยานยนต์หลักของโลก ซึ่งในปัจจุบันนี้รถยนต์ไฟฟ้าได้มีการจัดจำหน่ายในตลาดใหญ่ๆมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแถบเอเชีย อเมริกาและยุโรป   รถยนต์ไฮบริด Hybrid Car รถไฮบริด เป็นรถยนต์ที่ทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิม มีแบตเตอรี่ในการเก็บกระแสไฟฟ้าเข้ามาเพิ่ม สามารถช่วยประหยัดน้ำหนักได้มากขึ้น ช่วยลดมลพิษจากรถยนต์ที่ปล่อยออกสู่ท้องถนน ลดการปล่อยก๊าซ อีกทั้งยังขับขี่ง่าย สะดวกปลอดภัยอีกด้วย เป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน   เรียกได้ว่าในอนาคตนั้นเราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะให้เข้ากับยุคสมัยและเป็นมิตรกับโลกและเศษรฐกิจ

วิธีประหยัดพลังงานในการขับรถยนต์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้รถยนต์เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมากในการเดินทาง ที่เต็มไปด้วยความรวดเร็ว สะดวกสบาย พร้อมทั้งมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้รถยนต์ได้อย่างประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยในการลดโลกร้อน ทั้งนี้การประหยัดพลังงานและน้ำมันนั้นก็สามารถที่จะเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับรถยนต์ ไปดูเคล็ดลับวิธีต่อไปนี้ที่จะทำให้คุณประหยัดทั้งพลังงาน ประหยัดเงินในกระเป๋าได้แบบง่ายๆกัน   หมั่นดูแลรักษา สิ่งแรกเลยคือคุณจะต้องดูแลและใส่ใจในรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ  เพื่อที่จะทำให้คุณรถยนต์มีสภาพเครื่องยนต์ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมในการใช้งานอยู่เสมอ ควรหมั่นนำรถยนต์ไปเช็คสภาพที่ศูนย์บริการเป็นประจำ ทุกๆ 3 – 6 เดือน รวมไปถึงก่อนเดินทางไกลทุกครั้งเพื่อที่จะทำให้การขับขี่ปลอดภัย พร้อมป้องกันปัญหาต่างๆที่จะนำมาซึ่งการสิ้นเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่าย   เลือกรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ควรเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ควรศึกษารายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อที่จะมั่นใจว่ารถที่คุณเลือกจะประหยัดน้ำมัน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงเหมาะสมกับการใช้งานของคุณว่าคุณต้องการรถที่ขับขี่แค่ในเมือง พื้นที่จังหวัด หรือรถยนต์ที่ขับทางไกลในระยะทางที่ต้องใช้กำลังและระมัดระวังสูง หรืออาจจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างสะดวกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม น้ำหนักสิ่งของสำคัญ ควรให้ความสำคัญในด้านการบรรทุกสิ่งของใส่รถยนต์แต่พอดี ไม่ควรมากจนทำให้รถหนักเกินไป เพราะน้ำหนักของสิ่งของที่มากจนเกินไปนั้นจะมีผลต่อพลังงานและน้ำมัน เพราะฉะนั้นควรใช้รถยนต์บรรทุกของแต่พอดีเท่านั้น ถ้าหากต้องการรถยนต์ที่สามารถบรรทุกของได้จำนวนมากก็ต้องเลือกรุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน   ไม่สตาร์ทรถยนต์ทิ้งไว้นาน ไม่ควรสตาร์ทรถยนต์ทิ้งไว้นานเกิน 30 วินาที  – 1 นาที เพื่อเป็นการวอร์มเครื่องยนต์หรือจอดทิ้งไว้เฉยๆ เพราะจะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานพร้อมทั้งปล่อยของเสียที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็นอีกด้วย   ระวังการใช้รถยนต์ ควรขับขี่ในความเร็วที่พอดี ควรระวังการเร่งเครื่องยนต์แบบรุนแรงหรือกะทันหัน รวมไปถึงการเบรกด้วย เพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันมาถึง 40% เลยทีเดียว   นอกจากนี้คุณจะต้องหมั่นตรวจสอบลมยางอยู่สม่ำเสมอ เติมลมยางให้อยู่ในขนาดที่พอดี ตรวจสอบระบบภายใน ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศภายในรถยนต์ รวมไปถึงวางแผนด้านการเดินทางทุกครั้งเพื่อที่จะทำให้คุณไม่หลงทาง ไม่เปลืองน้ำมันและเดินทางอย่างราบรื่นมากที่สุด

กำไลสำหรับนักขับ

ข้อดีของเครื่องประดับสแตนเลส เพื่อความเก๋ไก่ในการจับพวงมาลัย

เครื่องประดับสแตนเลสถูกนำมาใช้งานกันอย่างมากในปัจจุบันนี้ เป็นเครื่องประดับยอดนิยมที่เต็มไปด้วยความสวยงาม แวววาว ไม่ว่าจะเป็น แหวนสแตนเลส สร้อยคอ กำไล สร้อยคอมือ เป็นต้น ก็ควรเป็นที่ชื่นชอบและต้องการของคนทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้มียอดจำหน่ายและคนที่สนใจเลือกซื้อเครื่องประดับสแตนเลสกันมากยิ่งขึ้น อะไรที่ทำให้เครื่องประดับสแตนเลสเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย เราไปดูข้อดีของเครื่องประดับชนิดนี้ที่จะทำให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อและหลงรักจนอยากซื้อไปใส่อย่างแน่นอน   เครื่องประดับสแตนเลสมีความทนทาน เครื่องประดับสแตนเลสมีความทนทานและแข็งแรงสูง ทนต่อการกัดกร่อน ไม่ว่าจะเป็นกรด บรรยากาศ สารละลาย แตกหักยาก ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวไหน สวมใส่หรือเดินทางไปที่ใดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายแน่นอน   เครื่องประดับสแตนเลสทำความสะอาดง่าย เครื่องประดับสแตนเลสทำความสะอาดง่าย ดูแลรักษาไม่ยาก ไม่สิ้นเปลืองค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา   เครื่องประดับสแตนเลสสวยงามและมีคุณค่า เครื่องประดับสแตนเลสมีความสวยงาม เงางาม แวววาม อีกทั้งยังดูสะอาดสะอ้าน ทำให้ดูมีคุณค่าและมูลค่าในตัวเองสูง อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่มีระดับ มีรสนิยมอีกด้วย ในปัจจุบันนี้มีเครื่องประดับสแตนเลสมากมายที่ออกแบบมาให้เลือกอย่างสวยงามและหลากหลายสีสัน ทั้งสีเงิน สีทอง สีบลอนซ์ เป็นต้น   อายุการใช้งานยาวนาน เครื่องประดับสแตนเลสมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดูใหม่แวววาวอยู่เสมอ ทำให้เจ้าของสามารถเก็บไปใช้ยังโอกาสต่างๆ หรือสวมใส่ได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักสะสมหรือชื่นชอบเครื่องประดับ   เครื่องประดับสแตนเลสมีความปลอดภัยสูง เครื่องประดับสแตนเลสนั้นมีคุณสมบัติในการทนทานต่อความร้อน และไฟ ทนต่อกรด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่กิดผลข้างเคียงหรืออันตรายๆใดกับคุณอย่างแน่นอน   ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผู้สนใจเครื่องประดับสแตนเลสเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ร้านจิวเวลรี่และเครื่องประดับต่างๆจึงได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาทั้งทางดีไซน์ การออกแบบ สีสัน ให้ดูสวยงามและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เพื่อที่จะเป็นทางเลือกในการเลือกซื้อเครื่องประดับ อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญของเครื่องประดับสแตนเลสคือความสวยงามและเรียบหรูนั้นสามารถที่จะนำไปสวมใส่คู่กับเครื่องแต่งกายชนิดต่างๆได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดทำงาน ทุดเดรสออกงาน ชุดสูท หรือชุดอยู่บ้านก็สามารถที่จะเพิ่มเครื่องประดับสแตนเลสมาสร้างภาพลักษณ์ที่ดูโดดเด่นและมีระดับมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้งานได้ดีทั้งผู้หญิงและผู้ชายอีกด้วย และนี่เองคือเหตุผลที่ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงชื่นชอบการสวมใส่เครื่องประดับสแตนเลส

รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดโลกร้อน

รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดโลกร้อน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและภาวะเรือนกระจก อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชาชน การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคม และมลพิษต่างๆที่เกิดจากการใช้รถยนต์ที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ทำให้พลังงานขาดแคลนและมีจำนวนจำกัด รวมไปถึงปัญหาการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ก่อนให้มลพิษทางอากาศ ทางเสียงที่จะส่งผลให้ทำให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนทั่วอีกด้วย   กล่าวง่ายๆก็คือ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนนั้นจะส่งผลให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สภาพอากาศและนำไปสู่การเกิดภาวะโลกร้อนนั่นเอง เพราะเหตุนี้จึงทำให้ประเทศไทยและประเทศต่างๆทั่วโลกหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก มีมาตรการและนโยบายเกี่ยวกับพลังงานทดแทนที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงลดอัตราการนำเข้าของเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ตอนนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้หันมาสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสร้างพลังงานทดแทนขึ้นในรถยนต์เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ และนำมาซึ่งการสร้าง คิดค้น พร้อมทั้งพัฒนา “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่มาช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษต่างๆ และดีต่อสุขภาพของประชากร เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อโลกอย่างแท้จริง และกำลังได้รับความสนใจในการเป็นทางเลือกใหม่จากประชาชนผู้ใช้รถยนต์ในหลายๆประเทศ   รถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร? รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ภายในแบตเตอรี่ที่ได้ถูกออกมาเป็นอย่างดี เต็มไปด้วยข้อดีและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เทียบเท่าและมากกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง มีความโดดเด่นในการขับขี่ที่เงียบ ไร้เสียงดังจากเครื่องยนต์ ขับนุ่มลื่นสบาย ไม่มีการกระตุกตอนออกตัว มีอัตราความเร็วที่สูงกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้านั้นเคยถูกสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 – 20 ก่อนที่จะได้ลดการผลิตเนื่องจากได้มีรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงที่มีราคาลดลงและมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเป็นที่สนใจและนำมาพัฒนาให้มีศัลยภาพในการขับขี่และนวัตกรรมที่ทันสมัยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดีมากยิ่งขึ้น มีระบบจัดการพลังงานที่ดีพร้อมทั้งแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะได้ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อนและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น   รถยนต์ไฟฟ้ารักษาสิ่งแวดล้อม รถยนต์ไฟฟ้าได้ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นการเทคโนโลยีอันดับต้นๆในอนาคตด้านการขนส่ง และเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก มีส่วนช่วยในการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง และสามารถที่จะใช้พลังงานไฟฟ่าในการขับขี่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ไม่มีเครื่องยนต์ที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่จะก่อให้เกิดมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดปริมาณการปล่อยไอเสีย ปล่อยมลพิษจากเครื่องยนต์ให้กลายเป็นศูนย์ เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยทำให้บรรยากาศบนท้องถนนดูโล่ง โปร่งสบายและดีขึ้น เป็นการช่วยมลพิษทางเสียง ทางอากาศ ลดภาวะโลกร้อน และที่สำคัญมีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สูง  มีความปลอดภัย พร้อมทั้งมีศักยภาพในการใช้พลังงานที่สูงกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง รถยนต์ไฟฟ้า เป็นรถยนต์ที่เน้นเรื่องพลังงานทดแทน ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า EV  หรือ Electric Vehicles นอกจากนี้ยังมีอีกหลายชื่อเรียกที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติของรถยนต์ไฟฟ้า เช่น รถเสียบปลั๊ก รถยนต์แบตเตอรี่ เป็นต้น กล่าวคือ รถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการลดมลพิษ ลดโลกร้อนเป็นหลัก เนื่องจากตัวเครื่องของรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ที่จะก่อให้เกิดควันพร้อมทั้งเสียงรบกวน อันก่อให้เกิดมลภาวะที่ส่งผลต่อสภาพอากาศ โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่ทำงานในขณะที่รถจอด ไม่ก่อให้เสียงเครื่องยนต์ เป็นยานพาหนะที่ไม่มีไอเสียเนื่องจากใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว   นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังใช่ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการขับขี่และใช้รถยนต์ ถ้าหากเทียบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถประหยัดได้มากกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง อีกทั้งยังประหยัดเรื่องการซ่อมบำรุง การถ่ายน้ำมันเครื่อง การดูแลท่อไอเสียต่างๆ โดยเน้นไปทางระบบไฟฟ้าที่เพียงแค่ทำการเสียบปลั๊กไฟในเวลาที่ต้องการชาร์จพลังงาน ถ้าหากว่าต้องการใช้รถหรือจะออกเดินทางก็สามารถดึงออกได้ทันที เรียกง่ายๆก็คือถ้าหากเทียบกับค่าไฟฟ้าภายในบ้าน ภายในที่ทำงานและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าจะสิ้นเปลืองน้อยกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงนั่นเอง     และนี่ก็เป็นเรื่องราวและข้อควรรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมใหม่ที่ได้มีพัฒนาเพื่อช่วยในการลดโลกร้อนและภาวะต่างๆ ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดพลังงาน  ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชน ไม่ต้องเผชิญกับมลภาวทางเสียงหรือมลภาวะทางอากาศที่ทำให้ป่วยง่าย มีความเครียดสูง ร่างกายไม่แข็งแรง เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นรถยนต์ลดโลกร้อนที่จะช่วยทำให้โลกนี้น่าอยู่ มีบรรยากาศบนท้องถนนที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการฟื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

“รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ รถพลังงานไฟฟ้า เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอร์เตอร์ไฟฟ้าโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ภายในอุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ในรูปแบบต่างๆ โดยรถยนต์ไฟฟ้านั้นเคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึง 20 ก่อนที่จะลดการผลิตลงเนื่องจากมนุษย์ได้ผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานจากน้ำมันขึ้นมา และกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในปัจจุบันนี้ที่ได้มีการพัฒนาระบบจัดการพลังงานให้ดีมากยิ่งขึ้น มีความเสถียรภาพในการใช้งาน แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดปัญหาด้านพลังงาน อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดภาวะโลกร้อน โดยในปัจจุบันนี้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่สนใจและผลิตขึ้นมาต่อเนื่อง เพื่อที่จะเป็นทางเลือกในการใช้งานของคนทั่วโลก มียอดจำหน่ายที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเต็มไปด้วยข้อดีที่หลากหลายและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีอะไร ทำไมหลายคนถึงให้ความสนใจและนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เรามารู้จักข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเป็นข้อมูลศึกษาและประกอบในการตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกัน 1.ความเงียบ ไร้เสียงเครื่องยนต์ ความเงียบเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นขอรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ใดๆมารบกวน ทำให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างมีสมาธิและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2.ความเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากของรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีความเร็วที่ชัดเจน ไม่ต้องมีการอุ่นเครื่อง ไม่ต้องเร่งทำงานเป็นรอบๆเหมือนเครื่องยนต์ทั่วไป มันจะมีความเร็วตั้งแต่เริ่มต้นจอดอยู่นิ่งๆ เตรียมออกตัว เนื่องจากมันเป็นความแรงที่เกิดจากการขับเคลื่อนของระบบไฟฟ้าเรียกได้ว่าเป็นความแรงที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารถยนต์ทั่วไปที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก 3.นุ่มลื่น ขับสบาย รถยนต์ไฟฟ้าสามารถที่จะขับขี่ได้นุ่มสบายกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง จนกลายคนเรียกมันว่าเป็นรถกอล์ฟเลยทีเดียว เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีการกระชากตอนเปลี่ยนเกียร์ ไม่มีเสียงตอนเร่งเครื่องยนต์ มีความลื่นไหนสูง พร้อมทั้งไม่มีการกระชากตอนออกตัว เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ 4.ชาร์จไฟได้สะดวก รถยนต์ไฟฟ้าได้มีการพัฒนาให้สามารถชาร์จพลังงานได้ในขณะที่มันจอดอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน โดยที่คุณไม่ต้องแวะปั๊มน้ำมัน เพื่อเติมพลังงานเชื้อเพลิงเหมือนดั่งรถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิง อีกทั้งวิธีการชาร์จพลังงานไฟฟ้ายังง่ายและสะดวกเพียงแค่เอาปลั๊กมาเสียบกับตัวรถและถอดออกเมื่อต้องการใช้งานหรือเดินทางนั่นเอง เรียกได้ว่าสามารถทำให้คุณประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก 5.หมดความกังวลเรื่องระยะทาง หลายคนอาจจะเกิดความกังวลหรือสงสัยว่าแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าจะเพียงพอในการเดินทางแต่ละวันหรือไม่ ต้องบอกเลยว่าหมดปัญหาความกังวลเรื่องนั้นเลย เพราะนอกจากรถยนต์จะมีความเร็วและประสิทธิภาพในการขับขี่แล้วคุณยังสามารถจะชาร์จไฟที่บ้าน ที่ทำงานหรือทุกที่ที่มีปลั๊กไฟได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมดหรือเข็นรถกลางทางเลยทีเดียว 6.ประหยัดมากกว่าเดิม พลังงานไฟฟ้าได้ชื่อว่าเป็นพลังงานที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายกว่าพลังงานเชื้อเพลิง โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการวิ่งรถยนต์ 1 กิโลเมตรที่ถูกกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงถึง 1 – 3 อีกทั้งรถยนต์ไฟฟ้ายังขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า มีชิ้นส่วนที่น้อยกว่ารถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ไม่มีกรองไอเสีย ไม่มีท่อไอเสีย ไม่ต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง สามารถประหยัดค่าใช้ได้มากกว่าเดิม 7.รักษาสิ่งแวดล้อม และด้วยเหตุผลที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีท่อไอเสียนี่เอง จึงทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ปราศจากมลพิษจากรถยนต์ของตนเอง ส่งผลดีต่อบุคคลทั่วไป ตัวเราเอง ต่อสังคม และโลก 8.ปลอดภัย คุณไม่ต้องกลัวเลยว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะเกิดอาการไฟช็อตจากการล้างรถ น้ำท่วมขังหรือขับรถลุยน้ำ เนื่องจากรถยนต์ได้มีการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูง มีการทดสอบพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถที่จะขับบนพื้นน้ำที่มีน้ำท่วมสูงเกือบคันรถได้อย่างปกติ ปลอดภัย ไม่มีการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรใดๆทั้งสิ้น เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่มีข้อดีมากมายเต็มไปด้วยคุณสมบัติด้านการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายๆต่างได้ดี สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มสบาย ไร้ความกังวลเรื่องเสียง มีความเร็วอย่างมหาศาล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดตุ้นในการดูแลรักษารถยนต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยในการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ช่วยลดภาวะเรือนกระจกประหยัดพลังงานเป็นอย่างยิ่ง นอกจากคุณยังสามารถเติมพลังงานได้ง่ายๆจากพื้นที่ที่มีปลั๊กไฟ ที่บ้าน ที่ทำงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางใดๆทั้งสิ้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการขับขี่เลยทีเดียว รถยนต์ไฟฟ้าถือว่าเป็นทางเลือกที่เต็มไปด้วยความคุ้มค่าคุ้มราคา มีคุณภาพพร้อมทั้งยังได้พัฒนาให้สามารถตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดพลังงาน สะดวกรวดเร็วและมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการขับขี่สูงที่สุด หวังว่าในอนาคตคุณอาจจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ดีต่อตัวเรา ต่อครอบครัว โลกและสิ่งแวดล้อม

รถอัตโนมัติ

รถขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving Car) กับความปลอดภัย

Self-Driving Car คือ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือรถยนต์ไร้คนขับ เป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่าจับตามองเพราะถูกพัฒนามาทดแทนคนขับรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ในอนาคต จุดประสงค์ของการพัฒนาและผลิต Self-Driving Car คือ ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เกิดสะดวกสบาย สามารถทำสิ่งต่าง ๆ อย่างอื่นภายในรถยนต์ขณะขับขี่ได้ โดยมอบหน้าที่ขับขี่ให้ระบบอัตโนมัติเป็นผู้ดูแลจัดการ รวมถึงกำหนดและคำนวนเส้นทางที่จะไปยังจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดให้อีกด้วย ซึ่ง Self-Driving Car คือนวัตกรรมที่บูรณการเทคโนโลยี 4 อย่างเข้าด้วยกัน ได้แก่ – Computer Vision Computer Vision ทำให้รถยนต์รับรู้สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวได้ มีกล้องถ่ายภาพ การใช้คลื่นเสียงเพื่อตรวจจับวัตถุรอบ ๆ ในลักษณะเดียวกับเรดาร์และการใช้เลเซอร์ – Deep Learning ทำหน้าที่วิเคราะห์ความถูกต้องและความปลอดภัย ความเหมาะสมในการเบรกชะลอหรือเร่งเครื่อง เปรียบเสมืองเป็นสมองของกลไกควบคุมในการขับเคลื่อนรถยนต์ – Robotic อีกส่วนสำคัญที่ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนไปได้ โดยการแปลงสัญญาณไฟฟ้า(คำสั่งที่ประมวลผล) ให้เป็นคำสั่งที่ใช้ได้จริงกับเครื่องยนต์ – Navigation Computer Vision ผู้นำทางอ่านแผนที่คอยบอกตำแหน่งพิกัดให้กับผู้ใช้และประมวลผลส่งข้อมูลให้รถยนต์ชับเคลื่อนไปตามเส้นทางที่กำหนดจนถึงจุดหมาย แม้ว่าโครงการพัฒนา Self-Driving Car จะมีมานานแล้ว แต่ก็ยังคงมีข้อกังขาในใจสำหรับหลาย ๆ คน ถึงความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ ทางด้านผู้ผลิตเองก็คำนึงถึงปัญหาในเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำต่างก็ทุ่มเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯเพื่อพัฒนาโครงการ Self-Driving Car ให้พัฒนาเป็นรูปเป็นร่างจนสามารถนำมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ท้องถนนโดยทั่วไป และความปลอดภัยของระบบ Self-Driving Car ยังถูกแบ่งเป็น 5 Level ให้เลือกระดับความเป็นอัตโนมัติของการขับเคลื่อนโดยปราศจากคนขับ ดังต่อไปนี้ – Level 0 มนุษย์ยังต้องขับขี่และดำเนินการทุกอย่างเองเป็นปกติทั้งหมด – Level 1 มนุษย์ยังต้องขับขี่เอง แต่มีบางฟังก์ชั่นที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น การบังคับทิศทางพวงมาลัยหรือการเร่งเครื่อง – Level 2 การบังคับอย่างใดอย่างหนึ่งโดยระบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งแขนและขาพร้อมกันในการควบคุม – Level3 สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ต้องมีมนุษย์คอยดูแลรัดมัดระวังและแทรกแซงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน – Level 4 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบเต็มตัว แต่สามารถขับเคลื่อนในสภาวะที่มันถูกออกแบบมาเท่านั้น – Level 5 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติซึ่งมีความสามารถในการขับขี่และตัดสินใจเทียบเท่ามนุษย์

จากนวัตกรรมอีโค่คาร์สู่เทรนด์รถพลังงานไฟฟ้า

รถพลังงานไฟฟ้า ทางเลือกใหม่ของสังคมปัจจุบัน ในช่วงสองสามปีหลังเทรนด์อีโค่คาร์เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ เนื่องจากปัจจัยสำคัญหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของชุมชนเมือง ปริมาณรถที่เพิ่มมากขึ้นและราคาน้ำมันที่แพงขึ้น สวนทางกับค่าครองชีพ ทำให้คนในเมืองใหญ่หลายคนหันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีอีโค่คาร์มากขึ้น จนรถอีโค่คาร์ครองตลาดรถยนต์ในบ้านเรามาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันเทรนด์รถพลังงานสะอาดเริ่มได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น นำไปสู่การผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในที่สุด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric car) คือ รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดคือมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือแหล่งกำเนิดประจุไฟฟ้าอื่นๆ ในการขับเคลื่อน รถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกปรากฏขึ้นในช่วงทศวรรษ 80 จากนั้นก็เป็นที่นิยมอยู่ช่วงหนึ่งจนเข้าสู่ปี 90 และค่อยๆ เสียพื้นที่ในตลาดให้กับรถพลังงานน้ำมัน แต่นับจากปีค.ศ.2008 เป็นต้นมา รถพลังไฟฟ้าเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง โดยมาการคิดค้น พัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าราคาของรถพลังงานไฟฟ้าจะมีมูลค่าสูงกว่ารถน้ำมันหรือแม้แต่อีโค่คาร์ แต่ในส่วนของรายจ่ายเพื่อการบำรุงเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ หรือการชาร์จไฟรวมแล้วกลับต่ำกว่ามาก เหมาะกับยุคโลกาภิวัฒน์ที่รายจ่ายสูงแต่รายรับต่ำ นอกจากนี้ใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยก็หมดห่วง เพราะรถพลังงานไฟฟ้ามาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมที่สุด ตัวอย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์มิตซูบิชิ รุ่นไอมีฟ (i-MiEV) ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับการรั่วไหลของกระแสไฟและระบบตัดไฟอัตโนมัติหากมีกระแสไฟฟ้าสูงผิดปกติ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงสถานะที่ดูง่าย ทำให้สามารถคำนวณระยะทางการขับขี่และควบคุมการทำงานของรถได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆ ตัวรถยังคงติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสามจุดพร้อมล้อระบบ ABS (Anti-lock braking system) และถุงลมนิรภัย (AirBag) มาให้ครบครัน นอกจากนี้ยังรับประกันว่าสามารถขับขี่ลุยน้ำท่วมสูงถึง 30 เซนติเมตรได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องการชาร์จพลังงานของรถยนต์ไฟฟ้านั้นในอนาคตมีการวางแผนจะติดตั้งการจ่ายไฟตรงเข้าสู่แบตเตอรี่รถยนต์ โดยใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 30 นาทีต่อการวิ่งได้ไกลถึง 100 ไมล์ เรียกได้ว่าประหยัดและคุ้มค่าคุ้มกับระยะทางที่ได้สุดๆ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคือเทคโนโลยีที่มีมานานแต่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดที่สามารถนำมาขับเคลื่อนได้จริงในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าแม้แต่รถสไตล์ประหยัดสำหรับคนเมืองอย่างอีค่คาร์ ก็อาจถูกรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดได้ในอนาคต

ความคุ้มค่าการทำประกันรถ

  ในการทำประกันรถยนต์นั้นตามกฎหมาย พรบ.ได้กำหนดให้รถยนต์ที่จดทะเบียนทุกคันกับกรมการขนส่งทางบกต้องทำประกันไว้ในภาคบังคับ ซึ่งมีผลการคุ้มครองความเสียหายในเบื้องต้น แต่เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมซื้อประกันที่ครอบคลุมเพิ่มจากประกันที่กฎหมายบังคับ เนื่องจากได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า อย่างที่เราได้ทราบกันดีว่า ประกันรถยนต์ที่บริษัทรับทำประกันมีให้บริการนั้นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 และประกันชั้น 3 นอกจากนี้ก็มีประกันในรูปแบบที่พิเศษขึ้นคือประกันที่เป็นชั้นติด พลัส อย่างประกันชั้น 2 พลัสและประกันชั้น 3 พลัส การเลือกทำประกันรถยนต์ให้คุ้มค่าอาจไม่ใช่การเลือกทำประกันชั้น 1 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดและรอบคลุมการคุ้มครองความเสียหายสูงสุดเสมอไป เพราะเจ้าของรถแต่ละคนเหมาะสมที่จะทำประกันรถชั้นต่าง ๆ ต่างกัน การเลือกทำประกันรถให้คุ้มค่าและเหมาะกับตัวเรามีหลักเกณฑ์การพิจารณาดังนี้   1, พิจารณาเลือกประกันจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถเอง ผู้ที่ใช้รถหรือเจ้าของรถจะทราบดีว่าตนเองมีพฤติกรรมในการใช้รถเช่นไร มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูได้จากความชำนาญในการขับรถ ความบ่อยในการใช้รถ เช่นบางคนต้องขับรถยนต์ทางไกลบ่อย ๆ สัปดาห์ละหลายวันผจญความเสี่ยงบนท้องถนนมากกว่า หรือขับไปทำงาน พบลูกค้าแทบตลอดทั้งวัน อาจจะต้องพิจารณาทำประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุมให้รับกับความเสี่ยงที่ใช้รถ ในขณะที่เจ้าของรถบางคนใช้รถขับรับส่งลูก จ่ายตลาด หรือนาน ๆ จะใช้รถสักที อาจจะเลือกประกันชั้นรอง ๆ ลงมาเช่นชั้น 2 หรือชั้น 3 เพราะความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุต่ำกว่า การเสียเงินให้กับเบี้ยประกันแพง ๆ ก็อาจไม่จำเป็นเมื่อเทียบกับบางปีอาจไม่มีเหตุที่จะต้องเคลมประกันเลย   2. พิจารณาจากมูลค่าและอายุการใช้งานของรถ การรับทำประกันในชั้นต่าง ๆ ของบริษัทรับประกันก็ใช้อายุของรถเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วรถยนต์ที่จะทำประกันชั้น 1 ทางบริษัทมักจะรับพิจารณารถใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 7-9 ปี ยิ่งรถยนต์มีอายุการใช้งานมากเท่าไหร่ สิทธิในการได้รับพิจารณาทำประกันก็จะลดลงในชั้นต่าง ๆ ด้วย ซึ่งนี่เป็นตัวสะท้อนด้วยว่า รถยนต์ที่อายุงานมาก ๆ อาจไม่คุ้มที่จะซ่อมเมื่อเกิดอุบัติเหตุหนัก ๆ แต่ที่แน่นอนสำหรับการทำประกันก็คืออย่างน้อย ๆ ในประกันชั้น 3 ที่ถูกที่สุดจะครอบคลุมการชนในกรณีเจ้าของรถเป็นฝ่ายผิดโดยรับผิดชอบซ่อมและจ่ายค่าเสียหายให้ฝ่ายตรงข้ามและมีความคุ้มครองอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากประกันของพรบ. เท่านั้น   3 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความคุ้มค่าของประกันรถ หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า ความคุ้มค่าของประกันรถยนต์อยู่ที่การใช้สิทธิ์ในการเคลมให้มากที่สุด จึงพยายามขอเคลมการซ่อมในทุกกรณีตั้งแต่เฉี่ยวชนเล็กน้อย มีรอยขูดขีดต่าง ๆ ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณนำรถเข้าอู่เพื่อเคลม คุณกำลังเสียโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากรถนั้นเป็นเวลาหลายวัน บริษัทรับทำประกันมักจะมีส่วนลดให้สำหรับผู้มีประวัติดีเมื่อต่อประกันในปีถัดไป   ดังนั้นการพิจารณาทำประกันให้คุ้มค่าคงต้องดูจากปัจจัยและองค์ประกอบหลายอย่างมาพิจารณาดังที่ได้กล่าวมา